วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เพลง ทำไมให้ผมรู้จักคุณ

เพลง ทำไมให้ผมรู้จักคุณ

สุดซึ้ง!ชาวเน็ตฯ น้ำตาไหล ขอแชร์ MV จากเขมร

ชาวเน็ตฯ ร่วมกันแชร์ MV เขมร สุดรันทด ซึ้งจนน้ำตาไหล


กลายเป็นเอ็มวีฮอตฮิต ที่กำลังถูกพูดถึงในขณะนี้เช่นกัน ... กับเอ็มวี เพลง "ทำไมให้ผมรู้จักคุณ" ซึ่งเป็นเพลงที่กำลังโด่งดังมากๆ ในประเทศกัมพูชา ถึงแม้ว่า คนไทยอย่างเราๆ นั้น จะฟังเนื้อร้องไม่รู้เรื่อง แต่ขอบอกเลยว่า เอ็มวีเพลงดังกล่าว ถ่ายทอดออกมาได้ซึ้งกินใจจริงๆ ซึ้งยิ่งกว่าซีรีย์เกาหลีบางเรื่องด้วย

โดยเนื้อเรื่องของเอ็มวีนั้น ได้ถ่ายทอดชีวิตรักอันแสนรันทดของหนุ่มคนหนึ่ง ที่ประสบอุบัติเหตุจนร่างกายพิการ แขนขาขยับไม่ได้ แล้วก็ถูกแฟนสาวทิ้งไปอย่างไม่ใยดี โดยบอกว่า เธอนั้นต้องการหาอนาคตที่ดีกว่า แต่แล้วความหวังที่ริบหรี่ในการมีชีวิตอยู่ ก็ถูกความรู้สึกดีๆ ค่อยๆ เข้ามาแทนที่ ด้วยการดูแลเอาใจใส่ของพยาบาลสาวคนหนึ่ง ที่มาจุดไฟความหวัง ให้เขานั้นอยากมีชีวิตอยู่ต่อ ... พยาบาลสาวคนนั้นค่อยๆ ปรนนิบัติ และทำทุกวิถีทางเพื่อให้เขากลับมาเดินได้อีกครั้ง
         และแน่นอนความรักของเขาก็ค่อยๆ ก่อตัวในใจ จากนั้นเขาพยายามเขียนรูปหัวใจให้พยาบาลสาวคนนั้น ก่อนที่จะพยายามเดินออกมาด้วยตัวเอง โดยไม่ใช้ไม้เท้าหรือเครื่องช่วยเดินใดๆ เมื่อพยาบาลเห็นความพยายามของเขา ก็คลี่ยิ้มออกมาด้วยความปลาบปลื้ม แต่แล้วจู่ๆ พยาบาลสาวก็ล้มฟุบลงไปต่อหน้าต่อตาเขา
          หลังจากนั้น พยาบาลสาวก็ถูกนำส่งห้องไอซียู โดยก่อนหน้านี้ เธอเคยกล่าวกับเขาว่า "คุณเป็นคนที่โชคดีกว่าฉันเสียอีก" ซึ่งคำคำนี้เป็นคำที่ติดอยู่ในใจของเขาตลอดเวลา ว่าเธอหมายถึงอะไร แต่พอมาวันนี้เขาก็ได้รู้ว่า พยาบาลคนดังกล่าวป่วยหนัก และไม่ยอมผ่าตัด เพียงเพื่อจะใช้ชีวิตและลมหายใจสุดท้ายดูแลคนไข้ของเขา
          ... สุดท้าย พยาบาลสาวก็ต้องจากเขาไป และทิ้งเขาไว้เพียงคนเดียว
          อย่างไรก็ตาม เอ็มวีเพลงนี้ ได้ถูกนำมา ใส่ซับไตเติ้ลไทยเรียบร้อย โดยเนื้อหาของเพลง ก็ซึ้งกินใจไม่เบา จนกลายเป็นที่กล่าวขานกันอย่างมากในโลกไซเบอร์ฯ

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ archphkai สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ตชส. ตำรวจชุมชนสัมพันธ์

ตชส. ตำรวจชุมชนสัมพันธ์

ตชส. หรือ ตำรวจชุมชนสัมพันธ์ หมายถึง ตำรวจผู้รับใช้ชุมชน กล่าวคือ
“หลักการ การทำงานของตำรวจ เพื่อส่งเสริม, สนับสนุน, แก้ต้นเหตุ เพื่อลดปัญหาอาชญากรรม ปัญหาความไม่เป็นระเบียบของชุมชน โดยเทคนิคการแก้ต้นเหตุของปัญหา ว่าด้วย ความร่วมมือระหว่างตำรวจและชุมชน”

เป็นแนวคิดเริ่มต้นจาก เซอร์ โรเบิร์ต พีล ผู้ก่อตั้ง ตำรวจมหานครลอนดอน หรือ สก็อต แลนด์ยาร์ด
เจ้าของคำพูดที่ว่า “ตำรวจคือประชาชน ประชาชนคือตำรวจ”  (The Police are the public and the public are the police)

ตชส. ตำรวจชุมชนสัมพันธ์

ตชส. ตำรวจชุมชนสัมพันธ์

 แนวคิดและหลักการทำงานของตำรวจผู้รับใช้ชุมชน คือ แนวคิด และ หลักการทำงานใหม่ ของตำรวจ เพิ่มเติมจากการทำงานแบบเดิม ที่มุ่งเพียง มีสายตรวจป้องกัน หรือ แก้ไข เหตุร้าย และ สืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิด เท่านั้น


ตชส. ตำรวจชุมชนสัมพันธ์(1)

ตำรวจผู้รับใช้ชุมชน หรือ ตำรวจชุมชนสัมพันธ์ เป็นการแก้ไขปัญหาเชิงกลยุทธ์ เพื่อป้องกันและควบคุมอาชญากรรม และลดความหวาดกลัวภัยอาชญากรรม ซึ่งมีสาระสำคัญ 4 ประการ ได้แก่
1. การขยายขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบของงานตำรวจให้กว้างขวางขึ้น
2. การให้ความสำคัญอย่างเน้นหนัก ในการติดต่อสัมพันธ์กันระหว่างตำรวจกับประชาชน
อย่างใกล้ชิด ลึกซึ้ง สม่ำเสมอ และต่อเนื่องตลอดไป
3. การให้ความสนใจเพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาและการป้ องกัน
อาชญากรรม
4. ความพยายามที่จะปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานของตำรวจ เพื่อกระจายการให้บริการ และ การวางแผนระดับชุมชน ให้ดีมากยิ่งขึ้น


หลักการสำคัญ ของตำรวจผู้รับใช้ชุมชน

หลักการสำคัญ ของตำรวจผู้รับใช้ชุมชน ประกอบด้วยหัวข้อใหญ่ ๆ 2 ข้อ คือ
ข้อแรก คือ ตำรวจ เป็นหุ้นส่วนกับประชาชน เกาะติดพื้นที่อย่างทั่วถึง
ข้อที่สอง คือ ตำรวจนำชุมชนและหน่วยงานอื่นแก้ต้นเหตุ อาชญากรรม หรือ ความไม่เป็นระเบียบในชุมชน

หลักการสำคัญของตำรวจผู้รับใช้ชุมชน 2 ข้อดังกล่าว แยกย่อยได้ 10 หลักการ ดังนี้ (บัญญัติ 10 ประการของ ตำรวจผู้รับใช้ชุมชน)

1. การนำหลักการตำรวจผู้รับใช้ชุมชน เป็นแนวคิด หรือ กลยุทธ์หลัก ในการทำงาน (Core Strategy)

ที่ตำรวจทุกคนในองค์กร หรือ หน่วยตำรวจ จะต้องนำไปใช้เป็นหลักในการทำงาน ตั้งแต่หัวหน้าหน่วย หรือ ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น จนถึงตำรวจทุกฝ่ายทุกแผนก (ไม่ใช่มีความคิดว่า เฉพาะ ตชส. หรือ ตำรวจชุดชุมชนสัมพันธ์ เท่านั้น ที่ต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน แต่ พนักงานสอบสวน ที่เป็นร้อยเวรสอบสวน หรือตำรวจสายตรวจ ไม่สนใจรับฟังแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีประชาชนมาแจ้งความ) การจะแสดงออกว่า หน่วยตำรวจใด นำแนวคิดตำรวจผู้รับใช้ชุมชน ไปเป็นแนวคิดหลัก ในการทำงานหรือไม่ ให้ดูจากการกำหนดวิสัยทัศน์ ค่านิยมของหน่วย ว่ามีการกำหนดแนวคิดหลัก ในการทำงานร่วมมือกับประชาชน  เพื่อให้ประชาชนศรัทธา หรือ ใช้พลังมวลชน มาร่วมกันแก้ไขปัญหาอาชญากรรมหรือไม่ หรือมีนโยบาย ยุทธศาสตร์ ในการนำหลักการ ตำรวจผู้รับใช้ชุมชนทั้ง 10 ข้อนี้ ไปกำหนดหรือนำไปใช้ เป็นหลักในการทำงานหรือไม่ งานตำรวจผู้รับใช้ชุมชน ไม่ใช่โครงการชั่วคราว ที่หมดเวลา หรือเงินงบประมาณแล้วเลิกทำ เช่น โครงการปราบโจรฤดูแล้ง หรือโครงการนำตำรวจ ไปทำบุญร่วมกับประชาชน
ทุกวันพระ เป็นต้น แต่เป็นหลักการทำงานสำคัญ ที่ต้องทำตลอดไป จึงจะเป็น “ตำรวจผู้รับใช้ชุมชน”

2. การกระจายอำนาจให้ตำรวจผู้ปฏิบัติงาน (Decentralized)

ตำรวจสายตรวจ หรือตำรวจที่ทำงาน สัมผัสกับประชาชน เช่น สายตรวจตำบล หรือตำรวจที่รับผิดชอบพื้นที่ จะต้อง ได้รับการกระจายอำนาจ หรือ มีอำนาจในการนำเสนอ ในการตัดสินใจ ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ร่วมกับชุมชนให้ได้มากที่สุด
แทนวิธีการทำงานแบบเดิม ที่อำนาจการตัดสินใจ แก้ไขปัญหาต่าง ๆ อยู่ที่ส่วนกลาง เช่น ปัจจุบันหน่วยงานตำรวจไทย มอบอำนาจให้ หัวหน้าสถานีตำรวจ มีอำนาจมากขึ้นกว่าเดิมมาก เช่น การสั่งคดี การปล่อยชั่วคราว การอนุมัติให้ข้าราชการตำรวจ เดินทางไปราชการ เป็นต้น

3. การเกาะติดพื้นที่ และกระจายความรับผิดชอบให้ตำรวจแต่ละพื้นที่ (Fixed Geographic &Accountability)

ในระบบตำรวจผู้รับใช้ชุมชน ตำรวจทุกคน ไม่ว่าสายตรวจรถยนต์ สายตรวจ รถจักรยานยนต์ สายตรวจตำบล หรือตำรวจประจำตู้ยาม ฝ่ายอำนวยการ หรือผู้บังคับบัญชาระดับต่าง ๆ จะได้รับมอบ การกระจายอำนาจให้แบ่งรับผิดชอบพื้นที่ เป็นระยะเวลานาน ๆ เช่นจะไม่เปลี่ยนสายตรวจแต่ละผลัด หรือ แต่ละเขตบ่อย จนทำให้ตำรวจสายตรวจไม่มีความคุ้นเคย หรือชาวบ้าน “ไม่เชื่อใจ” หรือเห็น
ตำรวจเป็นคนแปลกหน้า โดยควรจัดตำรวจแบบ “เกาะติดพื้นที่” การแบ่งมอบพื้นที่หรือเขตตรวจ ยึดถือชุมชนเป็นหลัก มากกว่า สถิติคดี

4. ใช้พลังความร่วมมือ ของประชาชน และ อาสาสมัคร (Volunteers)

ในระบบตำรวจผู้รับใช้ชุมชน มุ่งเน้นให้มีการ ใช้ความร่วมมือจากประชาชน ในรูปของการเป็นอาสาสมัครในรูปแบบต่าง ๆ ตามที่ชุมชน หรือ ในพื้นที่ๆมีต้นทุนทางสังคม หรือมีการจัดตั้ง หรือมีความเหมาะสม ตำรวจมีหน้าที่ให้ความรู้ และ สร้างความร่วมมือ กำหนดวิธีการจัดตั้ง เพื่อประชาชนจะได้เข้ามาช่วยเหลือ งานป้องกันอาชญากรรม และ แก้ไขความไม่เป็นระเบียบของชุมชน ตามความเหมาะสม ซึ่งจะทำให้ตำรวจมีเวลาไปทำงานป้ องกันปราบปรามอาชญากรรมอื่นได้มากขึ้น
รูปแบบของอาสาสมัครจะต่างไปในแต่ละพื้นที่ ชุมชน บางแห่งอาจจะเป็นการใช้อาสาสมัครที่มีหน่วยงานอื่น จัดตั้งไว้แล้ว หรือ ตำรวจจัดตั้งขึ้นเอง แล้วแต่ความเหมาะสมของพื้นที่และชุมชน และ ความพร้อมของสภาพชุมชน เช่น อาสาสมัครตำรวจชุมชนสัมพันธ์ (ตชส.), สมาชิกแจ้งข่าวอาชญากรรม, เหยี่ยวเวหา, อาสาจราจร, ตำรวจบ้าน สายตรวจประชาชน, สมาชิกกู้ภัย, สมาชิกชมรมเพื่อนบ้านเตือนภัย, อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) และ ลูกเสือชาวบ้าน เป็นต้น

5. ใช้ผู้สนับสนุน (Enhancer)

ในระบบตำรวจชุมชน ตำรวจจะต้องหาความร่วมมือ ในการสนับสนุนงานตำรวจจากชุมชน และ องค์กรปกครองในพื้นที่ ไม่เฉพาะงานหลัก คือการป้องกันอาชญากรรม หรือ การเป็นอาสาสมัคร ในการป้องกันอาชญากรรมเท่านั้น แต่ ในระบบตำรวจชุมชน หน่วยตำรวจ จะต้องแสวงหาทรัพยากร จากชุมชนมาช่วยเหลืองานตำรวจอื่น ๆ เช่น การจัดอาสาสมัครช่วยแจ้งข่าวเว็บไซด์ลามก การให้ประชาชนเป็นอาสาสมัคร ประชาสัมพันธ์ช่วยเหลือ บริการผู้มาแจ้งความที่สถานีตำรวจ การจัดอาสาสมัคร ช่วยรับโทรศัพท์ที่ศูนย์วิทยุ การจัดอาสาสมัคร ลงข้อมูลสถิติคดี การจัดคณะกรรมการหาทุนช่วยเหลือ เหยื่ออาชญากรรม และการรับการสนับสนุนงบประมาณ จากชุมชน หรือ ท้องถิ่น เพื่อช่วยเหลืองานตำรวจในด้านต่าง ๆ

6. การบังคับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาชุมชน (Law Enforcement)

งานตำรวจชุมชนยังถือว่า การสืบสวน จับกุมคนร้าย เป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรม และ ปัญหาความไม่เป็นระเบียบในชุมชน โดยเน้น การจับกุม เพื่อแก้ปัญหา ที่ถือเป็นความเดือดร้อนของชุมชนเป็นลำดับแรกสุด และ ตำรวจมีหน้าที่ในการรักษาความสมดุลระหว่าง การบังคับใช้กฎหมายหรือการจับกุม กับความร่วมมือ ของชุมชน ในการแก้ไขต้นเหตุของปัญหาอาชญากรรม หรือความไม่เป็นระเบียบของชุมชน

7. เน้นป้องกันปัญหาอาชญากรรมมากกว่ารอให้เกิดเหตุ (Proactive Crime Prevention)

การตำรวจผู้รับใช้ชุมชน มุ่งเน้นในการทำงานเพื่อป้องกันไม่ให้อาชญากรรมเกิด มากกว่าการรอให้อาชญากรรมเกิดขึ้นแล้วจึงคิดติดตามจับกุมคนร้ายเพื่อฟ้องศาล กิจกรรมส่วนใหญ่ของตำรวจที่ทำร่วมกับชุมชน คือ สนับสนุนให้ชุมชน มีความเข้มแข็ง ในการป้องกันอาชญากรรมด้วยชุมชนเอง โดยใช้เทคนิคแก้ที่ต้นเหตุของปัญหา การควบคุมอาชญากรรม จากสภาพแวดล้อม การจัดระบบเพื่อนบ้านเตือนภัย หรือ จัดสายตรวจประชาชน เป็นต้น เพื่อมุ่งเป้าประสงค์ในการลดอาชญากรรม และ ความหวาดกลัวภัยอาชญากรรม

8. ใช้เทคนิคแก้ปัญหา ( Problem Solving)

ตำรวจ สมาชิกชุมชน และ หน่วยงานอื่นๆทำงานร่วมกัน เพื่อกำหนด ต้นเหตุของปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในชุมชน หรือปัญหาความไม่เป็นระเบียบในชุมชน (Scanning) แล้ววิเคราะห์สาเหตุของปัญหา (Analysis) แสวงหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา (Response) ดำเนินการแก้ไขปัญหา แล้วประเมินผล (Assessment) เทคนิคในการแก้ปัญหานี้ เป็นการระดมความร่วมมือระหว่างตำรวจกับชุมชน เป็นการคิดแก้ปัญหานอกกรอบความคิดการทำงานแบบเดิมของตำรวจ ที่ถือว่า การสืบสวนจับกุมคนร้ายได้ ก็นับเป็นการบรรลุภารกิจแล้ว แต่ถ้าตำรวจมีแนวคิด และ ทำงานตามความเชื่อแบบเดิม ปัญหาอาชญากรรมหรือความเดือดร้อนของชุมชนก็จะกลับมาอีก เพราะการจับกุมคนร้าย ไม่ใช่ การแก้ต้นเหตุของปัญหาที่แท้จริง การใช้เทคนิคแก้ปัญหาลักษณะนี้ ควรถือเป็นหลักการสำคัญ เพราะที่ผ่านมา ประเทศไทย เคยใช้ ชุดชุมชนมวลชนสัมพันธ์ เข้าไปสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ระหว่างตำรวจกับประชาชนได้แล้ว แต่ ไม่ได้นำชุมชน มาระดมความร่วมมือกับตำรวจ ในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรม หรือ ความเดือดร้อนของชุมชน

9. การเป็นหุ้นส่วนและสร้างความร่วมมือระหว่างตำรวจและชุมชน (Partnerships)

ในระบบตำรวจชุมชน ประชาชนในชุมชน คือ หุ้นส่วนของตำรวจ ในการร่วมรับผิดชอบป้องกันอาชญากรรม หรือ ปัญหาความไม่เป็นระเบียบในชุมชน (ไม่ใช่เป็นปัญหาของตำรวจฝ่ายเดียว) ตำรวจและประชาชนในชุมชนต้องร่วมกัน สำรวจปัญหา และ ความต้องการของชุมชนเกี่ยวกับความเดือดร้อน หรือความหวาดกลัวภัย อาชญากรรม และให้ชุมชน ร่วมใช้เทคนิคแก้ปัญหา เพื่อร่วมแก้ต้นเหตุปัญหาความเดือดร้อนจากอาชญากรรมดังกล่าว และ ตำรวจ ต้องสร้างความร่วมมือ หรือ เป็นแกนนำในการระดมทรัพยากร/ความร่วมมือ หรือ ให้ประชาชนร่วมเป็นอาสาสมัครเพื่อดำเนินกิจกรรม-ป้องกันอาชญากรรมได้ด้วยตัวชุมชนเอง

10. ตำรวจต้องบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (Integration)

ในการบังคับใช้กฎหมาย หรือ แก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการป้องกัน โดยเฉพาะการแก้ที่ต้นเหตุของปัญหา (ไม่ใช่เพียงแค่การจับคนร้าย) หลายกรณี ตำรวจไม่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงจะเข้าไปจัดการได้ เช่น หอพักที่เป็นแหล่งมั่วสุม ของวัยรุ่นติดยาเสพติด เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคม และ ทรัพยากรมนุษย์ หรือ ประชาสงเคราะห์ มีหน้าที่ตามกฎหมาย
โดยตรงในการจัดระเบียบ หรือ การติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง บริเวณที่เกิดเหตุชิงทรัพย์หรือข่มขืนเสมอ ๆ เป็นอำนาจหน้าที่ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การถอนใบอนุญาตให้บุคคล ที่มีพฤติการณ์ลักเล็กขโมยน้อย มี และ ใช้อาวุธปืน เป็นอำนาจของนายทะเบียนอาวุธปืน คือนายอำเภอท้องที่ (ต่างจังหวัด) การอนุญาตให้ รถเร่ขายสุราตามงานเทศกาลหรืองานรื่นเริงต่าง ๆ ที่เป็นต้นเหตุ ให้วัยรุ่นซื้อสุราได้ทุกเวลา นำไปสู่เหตุทำร้ายร่างกาย เป็นอำนาจของสรรพสามิต รถที่หายส่วนมากเป็นรถจักรยานยนต์ใหม่ ที่ยังไม่ได้รับป้ายทะเบียนจากหน่วยงานขนส่งทางบก และสถานที่ที่หายมากสุดคือตลาดนัด ที่ฝ่ายพาณิชย์จังหวัดมีอำนาจ กำหนดเงื่อนไขอนุญาต ให้เปิดตลาดนัดได้ ดังนี้เป็นต้น

ที่มา : http://highwaypolice.org/theory/File1.pdf




วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

Facebook ฮิต คำคม คำกวนๆ บทกลอน ยอดฮิตใน Facebook

Facebook ฮิต คำคม คำกวนๆ บทกลอน ยอดฮิตใน Facebook

facebook

วันนี้ ninesonson ได้รวบรวมคำคม คำกวนๆ และ บทกลอน ยอดฮิต ใน Facebook มาไว้ให้เพื่อนๆกันครับ เรามาดูกันว่า มีอะไรบ้าง?
  • เช้ากินข้าวไม่ลงเพราะ "คิดถึง" เที่ยงกินอะไรไม่ได้เพราะ "คิดถึง"
    เย็นก็ไม่อยากกินเพราะ "คิดถึง" พอดึกๆ ก็นอนไม่หลับเพราะว่า "หิว" !!555+
  • ก่อนจะพิมพ์คำว่า "เรา" อย่าลืมเปลี่ยนภาษาล่ะ
    เพราะไม่อยากกลายเป็น "gik" !!
  • "รัก" เกิดจากคน "สองคน"
    แต่ "เลิก" เกิดจากคน "สองใจ"
  • "ตุ๊กแก" มันได้แต่ร้องว่า"ตุ๊กแก ตุ๊กแก"
    ก็ฉันไม่ใช่ "ตุ๊กแก"
    ฉันจึงได้แต่ร้องว่า "take care take care"
  • เธอบอกว่า เธอน่ะมี "เชื้อเจ้า" ก็ใช่น่ะสิ "เจ้ากรรม นายเวร" ใช่ไม๊เธอ?
  • "ศัลยกรรมใบหน้า" ให้สวย!! จะต้องรวย
    แต่ถ้า "ศัลยกรรมจิตใจ" ให้สวย!! ถึงไม่รวยก็สวยได้!
  • "ความรัก เริ่มต้นจาก 1 ถึง 100 แต่การรอคอย เริ่มต้นจาก 100 ถอยไปถึง 1"
  • "ถอนเงิน" น่ะ มันง่ายๆ สบายๆ "ถอนตัว" ก็ยังพอไหว .. แต่...
    "ถอนใจ" นี่ซิ ทำไม่ได้ซ๊ากกะที
  • ไม่จำเป็นต้อง "รัก" มากมาย... ขอแค่อย่า "ทำร้าย" ใจ...กันก็พอ
  • "คนรู้ใจ" ไม่ใช่คนที่คิดอะไรเหมือนกัน!
    แต่เป็นคนที่ "เข้าใจกัน" ในวันที่ "เราคิดไม่เหมือนกัน" ต่างหาก
  • ไม่รู้หรอก ว่า "น้ำตา" มันมี "ปริมาณ" มากเเค่ไหน?
    เพราะ "น้ำท่วม" ครั้งใหญ๋...ผ่านไป
    แต่ "น้ำตา" ยังไม่หยุดไหลเสียที
  • คนไทย"ไม่ทิ้งกัน" ใช่ใหม?
    แต่ "แฟนเก่า" ที่ทิ้งเราไป นั่นก็ "คนไทย"เหมือนกัน!! เฮ้อ...
  • ไม่ได้มองคนที่ " รูปร่าง " แต่! มองหาคนที่ " เคียงข้าง " ไปด้วยกัน
  • อยากจะไปทำบุญด้วย "แผนที่" และ "นาฬิกา"
    เผื่อจะได้เจอคนที่ "ถูกที่" และ "ถูกเวลา" สักที
  • อะไรที่เป็นของ "ฟรี" น่ะชอบหมด แต่! ไม่ชอบอย่างเดียว คือ
    ฟรีไม่แมน!!>>>>แฟนไม่มี!!!
  • ต้องการด่วน!!!
    ขอถุงยังชีพสัก 1 ใบ..ไม่ต้องใส่อะไรไว้ข้างใน
    ขอแค่ "ใส่กำลังใจ" และ "ความห่วงใย" ก็เพียงพอ
  • เคยมั้ย?? แฟนเก่าโทรมาน้ำเสียงสบายใจ
    แต่!! เราน้ำตาไหลพูดอะไรไม่ถูก!!!
  • ผู้ชาย’ สามารถ’รัก’ ผู้หญิงได้เป็นล้านคน
    แต่จะมีซักกี่คน? ที่จะพยายามรัก ผู้หญิง’หนึ่งคน’ ด้วยล้านหนทาง
  • ช่วงนี้ขอ งด! อาหาร >> ที่มี "วิตามินบี 12 " .. เพราะมัน..
    "บำรุงสมอง" >> แต่ไม่ "บำรุงหัวใจ" !!! .. ♥
  • ตั้งแต่ได้พบกับเธอ ฉันก็ "รู้สึก ไม่ดี"...เพราะ....
    ความ "รู้สึก ดีดี" ฉันมอบให้เธอไปหมดแล้ว
  • ถึงฉันจะหน้าตาไม่ดีเหมือน"แฟนเก่า" .... แต่...
    ฉันก็ไม่เคย `สวมเขา´ ให้กับเธอ !!!!
  • คนแรกของ "หัวใจ" อาจจะเป็นได้แค่ "ความทรงจำ"
    แต่คนปัจจุบัน อาจจะเป็นคนที่อยู่ข้างๆกัน "ตลอดไป"
เป็นอย่างไรกันบ้างครับผม หวังว่าคงถูกอกถูกใจบ้าง ไม่มากก็น้อยนะครับ จะนำไปเผยแพร่กันต่อก็ไม่หวงเด้อ แล้วคราวหน้าจะรวบรวมมาให้อีกครับผม
บทความ Facebook : Facebook Plugin cannot be rendered with the specified parameters, วิธียกเลิกการแจ้งเตือน Email จาก Facebook , วิธีการแก้ไข Spam Virus ใน Facebook ที่กำลังระบาดในตอนนี้

วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

จ่ายเงินน้ำท่วม

จ่ายเงินน้ำท่วม

จ่ายเงินน้ำท่วม

แนวทางการจ่ายเงินน้ำท่วม หรือ เงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท
๑. เหตุผลความจำเป็น
เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม และเป็นการบำบัดทุกข์บำรุงสุขในเบื้องต้นตาม มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ พิจารณาให้ความช่วยเหลือครัวเรือนผู้ประสบภัยครัวเรือน ละ ๕,๐๐๐ บาท ซึ่งผู้ประสบภัยจะได้ นำมาใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ระหว่างที่กำลังฟื้นฟูสภาพความเสียหาย ไม่สามารถประกอบอาชีพหารายได้เลี้ยงครอบครัว จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับความช่วยเหลือโดยเร็ว จำนวน ๓๐ เขต คือ เขตบางซื่อ เขตดุสิต เขตพระนคร เขตสัมพันธวงศ์ เขตสาทร เขตบางคอแหลม เขตยานนาวา เขตคลองเตย เขตบางพลัด เขตบางกอกน้อย เขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตราษฎร์บูรณะ เขตคลองสามวา เขตมีนบุรี เขตหนองจอก เขตลาดกระบัง เขตดอนเมือง เขตคันนายาว เขตจตุจักร เขตตลิ่งชัน เขตบางเขน เขตบางแค เขตภาษีเจริญ เขตลาดพร้าว เขตวังทองหลาง เขตสายไหม เขตหนองแขม เขตหลักสี่ และ เขตทวีวัฒนา โดยให้ผู้อำนวยการเขตสำรวจ ตรวจสอบข้อมูล และออกหนังสือรับรองจัดทำแบบ ข ๑ ,ข ๒ ส่งให้ ศปภ.กทม. เพื่อให้ธนาคารออมสินเป็น ผู้จ่ายเงินให้กับผู้ประสบภัย
๒. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจ่ายเงินช่วยเหลือ
๒.๑ หลักเกณฑ์
กรณีที่ (๑) น้ำท่วมถึงบ้านโดยฉับพลัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย คือ ถูกน้ำท่วมบ้านโดยฉับพลัน
ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย และอยู่ในเขตพื้นที่ประกาศภัยพิบัติ
กรณีที่ (๒) บ้านพักอาศัยถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๗ วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย คือ
ถูกน้ำท่วมขังไม่น้อยกว่า ๗ วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย และอยู่ในพื้นที่ประกาศภัยพิบัติ
๒.๒ เงื่อนไขการให้ความช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัยพิบัติที่มีบ้านเรือนอยู่อาศัยประจำ ทั้ง ๒ กรณี ต้องมีหนังสือ
รับรองผู้ประสบภัยที่ผู้อำนวยการเขตออกให้ และให้รับความช่วยเหลือได้เพียงกรณีเดียว
๓. ลักษณะครัวเรือนที่อยู่อาศัยที่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์
๓.๑ บ้านพักอาศัยที่มีทะเบียนบ้านและน้ำท่วมถึง
๓.๒ บ้านเช่า ผู้เช่าเป็นผู้ได้รับความช่วยเหลือในกรณีบ้านพักอาศัย/บ้านเช่า/คอนโด/อพาร์ทเม้นต์ มีหลายชั้น
ให้ได้รับเงินช่วยเหลือเฉพาะชั้นที่น้ำท่วมถึงและทรัพย์สินเสียหาย คือ ครัวเรือนนั้นเช่าบ้านอยู่อาศัย และ
อยู่ในชั้นที่น้ำท่วมถึง โดยบ้านเช่านั้นอาจแบ่งเช่าเป็นห้อง หรือเช่าทั้งหลังมีทะเบียนบ้าน
๓.๓ กรณีอื่นๆ นอกเหนือจาก ข้อ ๓.๑ และ ๓.๒ เช่น สิ่งปลูกสร้างที่อยู่อาศัยมีลักษณะถาวร หรือชั่วคราวที่
ครัวเรือนอาศัยอยู่เป็นประจำโดยไม่มีทะเบียนบ้าน เช่น บ้านพักคนงาน
๔. หลักฐานการแสดงสิทธิขอรับการช่วยเหลือ
๔.๑ กรณีบ้านพักอาศัยที่มีทะเบียนบ้านให้เจ้าบ้าน/หัวหน้าครอบครัว/ผู้ได้รับมอบอำนาจ ยื่นคำร้องพร้อม
หลักฐานสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และทะเบียนบ้านที่ประสบภัย (กรณีไม่สามารถนำทะเบียนบ้านมาแสดงได้
ให้ตรวจสอบจากสำนักทะเบียนของสำนักงานเขตเอง) เพื่อขอหนังสือรับรองจากสำนักงานเขต (กรณีมอบ
อำนาจให้มีหนังสือมอบอำนาจและแนบบัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบอำนาจ)
๔.๒ กรณีบ้านเช่าให้ใช้สัญญาเช่า/หนังสือรับรองการเช่าจากเจ้าของบ้านเช่า พร้อมหลักฐานสำเนาบัตรประจำตัว
ประชาชนผู้ร้อง และทะเบียนบ้านที่ประสบภัย(กรณีไม่สามารถนำทะเบียนบ้านมาแสดงได้ให้ตรวจสอบจาก
สำนักทะเบียนของสำนักงานเขตเอง) เพื่อขอหนังสือรับรองจากสำนักงานเขต
๔.๓ หลักฐานอื่นๆตามข้อ ๓.๓ ให้ใช้พยานบุคคล หรือที่ผู้อำนวยการเขตเห็นสมควร

***กรณีมีข้อสงสัย/สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่*** ศปภ.กทม. หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๒๒๓ ๑๘๓๕

วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

Thai Flood Photo-Enjoy (ภาพน้ำท่วมคลายเครียด)

Thai Flood Photo-Enjoy (รวมภาพน้ำท่วมคลายเครียด)

Thai Flood Photo-Enjoy รวมภาพน้ำท่วมคลายเครียด ทุกวันนี้ พี่น้องชาวไทยทุกๆท่าน คงจะ "เครียด" มากๆ กับปัญหาน้ำท่วม ที่ทุกวันนี้... นับจะบานปลายไปเรื่อยๆนะครับ ไม่ว่าจะเปิด ทีวี หรือ สื่อต่างๆ ไม่เว้นแม้กระทั่ง ในโลกสังคมออนไลน์ ก็คงหนีไม่พ้น ข่าวคราว เกี่ยวกับน้ำท่วมกันตลอด แต่! จริงๆแล้ว น้ำท่วมครั้งใหญ่นี้ ยังได้สะท้อน และ ทำให้เราได้เห็น ได้สัมผัส นวัตกรรมใหม่ๆอย่างมากมาย ดังเช่น รูปภาพเหล่านี้ ซึ่ง ninesonson ได้รวบรวมมาให้ท่านๆทั้งหลายได้ชม เราจะเห็นได้ว่า น้ำท่วมครั้งนี้ ได้เกิดปรากฎการณ์ใหม่ๆ คลายเครียด แก้เครียด หรือ ขำๆ มีอะไรบ้าง ไปชมกันครับ...

รวมภาพน้ำท่วมคลายเครียด[1]
เกิดน้ำใจ ในหมู่คนไทยด้วยกัน



รวมภาพน้ำท่วมคลายเครียด[2]
นี่แหละ! ถุงยังชีพที่เราต้องการ




รวมภาพน้ำท่วมคลายเครียด[3]
เทรนด์ ร้องเท้าแฟชั่นใหม่ สำหรับ คุณสุภาพสตรี



รวมภาพน้ำท่วมคลายเครียด[4]
นอนกลางดิน กินกลางทรายไม่มีแล้ว มีแต่ "กินกลางน้ำ"




รวมภาพน้ำท่วมคลายเครียด[5]
ดีนะ! กรุงเทพฯก็มีทะเล



รวมภาพน้ำท่วมคลายเครียด[6]
 สามล้อพ่อลูกอ่อน


ภาพน้ำท่วมแก้เครียด[1]
ยันต์มหาอุตย์ หรือ จะสู้ ยันต์ หา มา อุด



ภาพน้ำท่วมแก้เครียด[2]
รถสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก



ภาพน้ำท่วมแก้เครียด[3]
ประกาศด่วนจ้า!



ภาพน้ำท่วมแก้เครียด[4]
เจ็ตสกี หรือ จะสู้! เจ็ต พี วี ซี



ภาพน้ำท่วมแก้เครียด[5]
โอ้โห! น้ำท่วมคราวนี้ ถึงกับ..หมดเนื้อหมดตัว..เลยนะเนี่ย



ภาพน้ำท่วมแก้เครียด[6]
ไปทะเลกันดีกว่า!



ภาพน้ำท่วมชำขัน[1]
 ท่าน้ำ เมเจอร์รัชโยธานี


ภาพน้ำท่วมชำขัน[2]
ไม่ว่าน้ำจะท่วมอยุธยา
หรือ หลากมาที่ กรุงเทพฯ
แต่! ทหารไทย
ก็ไม่เคยทิ้งประชาชน



ภาพน้ำท่วมชำขัน[3]
ในเมื่อดูไบยังทำได้ แล้วทำไม? ประเทศไทย จะทำบ้างไม่ได้



ภาพน้ำท่วมชำขัน[4]/
ตลาดน้ำ เทสโก้โลตัส



ภาพน้ำท่วมชำขัน[5]
เมื่อก่อน เคยเป็น "ปลั๊กไฟ"
แต่! เดี๋ยวนี้ เปลี่ยนใจ อยากจะเป็น "ปลั๊กน้ำ" ซะงั้น



ภาพน้ำท่วมชำขัน[6]
ยอดฮิตอีกคำ กับ คำว่า "เอาอยู่"

ขอขอบคุณ รูปภาพ จาก พี่น้องในเว็บฯพันธ์ทิพย์ครับผม

หวังว่าคงจะทำให้หลายๆท่านได้คลายเครียดกันลงไปบ้างไม่มากก็น้อย ไม่ว่า คุณจะเป็น "ผู้ประสบภัย" หรือ "กำลังจะเป็นผู้ประสบภัย" ก็ขอร่วมเป็นกำลังใจให้ และ ได้โปรดจำไว้ว่า "เราคนไทยไม่ทิ้ง
กัน" ครับผม
ninesonson

แท็ก :  น้ำท่วมกรุงเทพ  จดหมายถึงน้ำ จดหมายถึงพี่กรุง Facebook RT ยอดฮิต Twitter








วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2554

Letter-to-Bangkok

น้ำท่วมกรุงเทพ[2]
จดหมาย ถึง พี่กรุง

ถึง...พี่กรุง

น้ำรู้ว่า พี่กรุงไม่ได้ต้องการน้ำแล้ว และ พี่ก็มีความสุขดี โดยที่ไม่มีน้ำอยู่
แต่! พี่กรุงจำได้หรือเปล่าว่า?  เราเคยมีความสุขกันมากขนาดไหน และ น้ำก็รู้ว่า...พี่ไม่พอใจ ที่น้ำจะกลับมาหาพี่

ถึงแม้ว่า...ที่ผ่าน ๆ มานั้น น้ำจะทำไม่ดีกับคนอื่นเขา แต่! น้ำก็อยากให้รู้ว่า น้ำแค่ใช้เป็นทางผ่าน เพื่อจะมาหาพี่กรุงให้ได้เท่านั้น เราจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืน

น้ำอยากให้พี่กรุงรู้เอาไว้ว่า น้ำจะไม่ล้มเลิกความตั้งใจ และ ตัดใจจากพี่กรุงเด็ดขาด
ถึงแม้ว่า ทางผู้ใหญ่ของพี่ จะพยายามผลักดันน้ำ ให้ออกห่างจากพี่กรุงมากเท่าไหร่ก็ตาม
แต่! น้ำไม่แคร์ !!! ถึงแม้ ใครจะด่าน้ำ...ว่า...หน้าด้าน...เบื่อน้ำ...เกลียดน้ำก็ตาม น้ำก็จะไปอยู่กับพี่กรุงให้ได้ พี่กรุงคอยดูก็แล้วกัน

ไหนๆก็มาแล้ว น้ำว่าจะแวะไปเที่ยวสนามบินดอนเมือง แล้วจะไปเที่ยวสนามบินสุวรรณภูมิด้วย อยากเห็นกับตาสักครั้งน่ะจ้ะ ตอนอยู่บ้านนอกเห็นแต่ใน TV มาคราวนี้ น้ำว่าจะถือโอกาสเที่ยวให้ทั่วกรุงเทพฯ จนถึงปีใหม่เลย อยากไปเดินห้างใหญ่ๆ ด้วย อยากไปดูตึกสูงๆ และ จะไปลองขึ้นรถไฟใต้ดินดูสักที

อ้อ! มาคราวนี้...น้ำเอาน้องเข้มาเที่ยวเป็นเพื่อนด้วยนะจ๊ะ เขาอยากตามน้ำมาเที่ยวกรุงเทพฯด้วย ก็เลยมากันเยอะแยะเลย หวังว่าพี่คงไม่รังเกียจน้องๆ เขานะจ๊ะ

รออีกนิดนะจ๊ะ น้ำกำลังจะไปหาแล้ว
ป.ล. ฝากบอกทรายด้วยว่า น้ำไม่ยอมง่าย ๆ หรอก
รักพี่เสมอ
น้ำ
(Cr : Facebook)

Letter-to-flood

น้ำท่วมกรุงเทพ2554

จดหมายถึงน้ำ

ถึง : น้ำ

น้ำ
.. พี่อยากให้ "น้ำ" รู้ว่า ทุกวันนี้ พี่อยู่โดยไม่มี "น้ำ" พี่ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว 

น้ำจะมาทำไมในตอนนี้ เชื่อพี่เถอะ ถึงยังไง...พี่ก็ไม่มีความสุขหรอก ถ้าน้ำจะมา
น้ำไปตามทางของน้ำเถอะ....นึกว่าพี่ขอร้อง

พี่รู้ดีว่าน้ำเป็นยังไง? แต่ก็เอาเถอะ ถ้าน้ำดึงดันจะมาให้ได้ พี่ก็เข้าใจ จะมาก็มาเลย พี่รับได้!!!
ฝันของพี่จะได้เป็นจริงสักที พี่จะได้ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น พี่จะอยู่แต่กับน้ำ
แต่! ขอร้องเถอะนะ น้ำอย่าให้ความหวังกับพี่เลย ว่า...น้ำจะมา แล้วมัวแต่ไปขังอยู่กับคนอื่น
ถ้าน้ำจะมา...ขอให้มาเต็มที่...มาเคลียร์ให้มันจบๆ ไม่ใช่ให้พี่คอยลุ้นว่า น้ำจะมาหรือไม่มา

มันทรมานนะ.... 

น้ำอย่าทำกับพี่ เหมือนกับที่น้ำทำกับคนอื่นเลย เข้าใจพี่นะ ถึงแม้ชีวิตพี่จะขาดน้ำไม่ได้
แต่! ก็ขอให้เราต่างคนต่างอยู่เถอะ ถ้าพี่ต้องการน้ำเมื่อไหร่...พี่จะเปิดก๊อกเอง...นะจ๊ะ...น้ำ

                          
                               ปล. ตอนนี้ทรายเขาดูแลพี่ดีอยู่แล้ว

                         หวังว่าน้ำคงเข้าใจ

                      จาก พี่กรุงฯ
                     (Cr : Status on Facebook)

ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...