วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

​น้ำสลัด​

น้ำสลัดรู้จักให้จริงแล้วเลือกให้ถูก

        ว่าด้วยเรื่องราวของเมนูยอดนิยมเพื่อการลดน้ำหนักกัน เมื่อพูดถึงอาหารเพื่อการลดน้ำหนักที่หลายคนนึงถึงคงหนีไม่พ้นสลัดผักไปได้ เพราะสลัดถือว่าเป็นเมนูที่ให้พลังงานต่ำและมีคุณค่าทางอาหารสูง จริงอยู่ว่าสลัดเปล่าๆให้พลังงานไม่มากนัก แต่ตัวแปรสำคัญที่ทำให้สลัดมีพลังงานมากขึ้นก็คือ น้ำสลัดที่เราทานคู่กับผักเพื่อเพิ่มรสชาติ ซึ่งน้ำสลัดแต่ละชนิดมีส่วนผสมต่างกัน จึงทำให้พลังงานที่จะได้รับจากน้ำสลัดจึงต่างกันไปตามส่วนผสม ด้วยเหตุนี้หากเราไม่รู้จักและเลือกใช้น้ำสลัดไม่ถูกก็มีผลทำให้การทานสลัดกลับทำให้อ้วนมากกว่าการทานอาหารปรกติเสียอีก

น้ำสลัด (dressing) หมายถึง น้ำปรุงรสหรือซอสปรุงรส ที่ใส่ในสลัด ซึ่งโดยมากแล้วในน้ำสลัดจะใช้น้ำมันมะกอกที่เป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งน้ำมันมะกอกนั้นเป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว เป็นไขมันที่ดีต่อร่างกาย หากเป็นน้ำสลัดที่มีความข้นจะเติมไข่แดงและ มายองเนสลงไป ปรุงรสด้วยน้ำตาล เกลือ น้ำส้มสายชูฝรั่ง หรือน้ำมะนาว และหากแบ่งประเภทของน้ำสลัดออกจะสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆคือ สลัดน้ำข้น และ สลัดน้ำใส ซึ่งน้ำสลัดแบบข้นนั้นจะป็นกลุ่มน้ำสลัดที่ให้พลังงานสูง ไม่เหมาะนักกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก หรือ หากต้องการทานควรศึกษาปริมาณค่าพลังงานต่อหน่วยบริโภค และจำกัดปริมาณการรับประทาน

สลัดน้ำข้น หรือน้ำสลัดกลุ่มที่ให้พลังงานสูง

เนื่องจากประกอบไปด้วยโปรตีนและไขมัน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพลังงานสูง เช่น นักกีฬาหรือผู้ที่ต้องการเพิ่มน้ำหนัก แต่ควรรับประทานในปริมาณที่ไม่มากจนเกินไป เพราะอาจทำให้โคเลสเตอรอลสูงได้หากทานมากเกินไป หรืออาจเลือกน้ำสลัดที่ใช้วัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ใช้น้ำมันรำข้าว น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันคาโนลา แทนน้ำมันพืชชนิดอื่นๆ ซึ่งให้คุณภาพใกล้เคียงน้ำมันมะกอก ช่วยควบคุมปริมาณโคเลสเตอรอลไม่ให้สูงเกินไป หรือมีการดัดแปลงสูตร เช่น ลดจำนวนไข่แดงลง หรือใช้ไข่ทั้งฟองแทน หรืออาจจะเลือกใช้สูตรที่มีไขมันต่ำก็ได้

น้ำสลัดครีม

ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ให้พลังงาน 70-100 kcal

ทำมาจากน้ำส้มสายชู น้ำมันพืชหรือน้ำมันสลัด มายองเนส มัสตาร์ด และน้ำตาล สลัดครีม แม้ว่าจะมีไขมันมาก แต่หลายคนก็ยังชื่นชอบเพราะทั้งข้น หวานและมัน เนื่องจากมีส่วนผสมหลักจากแดง จึงเป็นแหล่งของโปรตีน ไบโอตินในวิตามินบี ช่วยบำรุงผิว เล็บและผมให้เงางามสุขภาพดีได้ แต่ไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจและผู้ที่มีน้ำหนักเกิน เมื่อจะรับประทานจะต้องกะปริมาณให้เหมาะสม และควรเลือกเนื้อสัตว์ที่มีไขมันต่ำ เช่น เนื้อปลาทูน่าในน้ำเกลือหรือน้ำแร่ เนื้ออกไก่ลวกไม่ติดหนังและไขมันมาเป็นเครื่องประกอบจานสลัดผักจะดีที่สุด

น้ำสลัดซีซาร์

ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะให้พลังงานประมาณ 80 kcal

น้ำสลัดซีซาร์เป็นน้ำสลัดแบบครีมสัญชาติ อิตาลี มีส่วนผสมจากน้ำมันเมล็ดองุ่น หรือน้ำมันมะกอก กระเทียมสับ น้ำมะนาว ไข่ไก่ มายองเนส เกลือ ปลาร้าฝรั่ง(anchovy) น้ำเชื่อม และ พาเมซานชีส ลักษณะน้ำสลัดจะเป็นสีขาวข้น มักรับประทานคู่กับผักกาดแก้ว ผักกาดหอมคอส เห็ดฟาง โรยด้วยเบคอนและขนมปังกรูตอง(ขนมปังเนยอบกรอบเป็นชิ้นเล็กๆ) และ พาเมซานชีส ซึ่งเจ้าซีซาร์สลัดนี้ถือว่าเป็นสลัดที่ติดอันดับสลัดที่ให้พลังงานสูงมากจานนึงเลยทีเดียว อย่างไรก็ดี สลัดซีซาร์ก็เหมาะสำหรับเด็กๆ ที่ไม่ชอบรับประทานผักเพียงอย่างเดียว แต่ก็ควรระวังการใส่เบคอนหรือกรูตองมากไปอาจได้รับพลังงานเกินได้

น้ำสลัด เทาซัน ไอร์แลนด์

ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะให้พลังงานประมาณ 80 kcal?

น้ำสลัดสีส้มอมชมพูรสชาติหอมมันอมเปรี้ยวนิดๆ ลักษณะและส่วนผสมจะคล้ายคลึงกับน้ำสลัดครีม เพียงแต่มีการเติมส่วนผสมของมะเขือเทศเพิ่มเข้าไป และมีปริมาณน้ำมันและไข่แดงน้อยกว่าน้ำสลัดครีม ถึงแม้ด้วยภายนอกอาจจะดูว่าอ้วนน้อยกว่าและมีประโยชน์มากกว่าน้ำสลัดครีมแต่ก็ยังเป็นน้ำสลัดที่ต้องจำกัดปริมาณในการรับประทาน เพราะให้พลังงานสูงและมีโซเดียมสูงอีกด้วย ส่วนประโยชน์ของน้ำสลัด เทาซัน ไอร์แลนด์ คือไลโคปีน ที่มีอยู่มะเขือเทศ ดังนั้นหากต้องการเพิ่มคุณค่าทางอาหารให้กับสลัดควรเติมส่วนของมะเขือเทศลงไป และเลือกเนื้อสัตว์ที่มีไขมันต่ำมารับประทานคู่กัน

สลัดน้ำใส น้ำสลัดเพื่อสุขภาพสำหรับคนที่ควบคุมน้ำหนักและผู้รักสุขภาพ

น้ำสลัดใส เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ เช่น คนเป็นเบาหวาน โรคหัวใจ ความดัน-โลหิตสูง และโรคอ้วน เพราะมีส่วนผสมของเกลือและน้ำตาลที่น้อยกว่า แม้ว่าจะมีส่วนประกอบหลักเป็นไขมันพืช เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันเมล็ดองุ่น น้ำมันงา ซึ่งจัดเป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน หากรับประทานในปริมาณพอเหมาะจะช่วยลด การเกิดโคเลสเตอรอลในเส้นเลือดลงได้  ถึงแม้จะเป็นน้ำสลัดแบบใสจะให้พลังงานน้อนกว่าแต่ก็ควรทานในปริมาณที่พอเหมาะเช่นกันเพื่อให้ได้รับปริมาณที่เหมาะสมนั้นเอง

น้ำสลัดงา-โชยุ

ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะให้พลังงานประมาณ 55 kcal

ส่วนผสมสำคัญ ได้แก่ โชยุ(ซอสถั่วเหลืองญี่ปุ่น) น้ำมันงา น้ำมันพืช งาคั่ว น้ำเชื่อมและเกลือ น้ำสลัดญี่ปุ่นโดดเด่นในส่วนผสมที่มีความหอม ทำให้ช่วยเจริญอาหาร น้ำมันงามีกรดไพติก ช่วยในการยับยั้งการเกิดมะเร็งลำไส้ และเมื่อราดบนผักสลัดจะช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น สำหรับผักสลัดที่นิยมรับประทานคู่กับน้ำสลัดงาหรือญี่ปุ่นได้แก่ ผักกาดแก้ว มะเขือเทศ แตงกวาญี่ปุ่น วอเตอร์เครส หากเพิ่มเต้าหู้ขาว หั่นสีเหลี่ยมลูกเต๋า รับประทานคู่กับสลัดผักจะให้พลังงานและโปรตีนทดแทนเนื้อสัตว์ได้เลย

น้ำสลัดอิตาเลียน

ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะให้พลังงานประมาณ 43 kcal?

น้ำสลัดอิตาเลียนเดิมทีเป็นสลัดสำหรับคนสตางค์น้อย จะใช้ขนมปังเก่าแต่ยังไม่หมดคุณภาพมาอบให้กรอบผสมกับรสของน้ำสลัดเพื่อเพิ่มรสชาติ บางสูตรอาจเติมพริกไทยดำและใบโหระพาสับ เพิ่มความร้อนแรง แต่ส่วนประกอบหลักของน้ำสลัดอิตาเลียน ได้แก่ น้ำมันมะกอก น้ำส้มสายชู น้ำมะนาว กระเทียม หัวหอม ฯลฯ จากการศึกษาการรับประทานน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ 2 ช้อนชาต่อวัน จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดตีบ ควบคุมระดับความดันโลหิต นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและช่วยเรื่องความจำของสมอง สำหรับส่วนผสมของ น้ำมะนาวช่วยกำจัดสารพิษ ลดระดับโคเลสเตอรอล และช่วยให้เซลล์ต่างๆ แข็งแรง ส่วนกระเทียมมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย เป็นอาหารของแบคทีเรียดีในลำไส้ใหญ่ ดังนั้นจึงช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วย ลดการเกิดหลอดเลือดแดงเข็งตัวและให้ใยอาหารที่ดีแก่ร่างกาย สุดท้ายส่วนประกอบของหัวหอมในน้ำสลัดสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ข้ออักเสบรูมาตอยด์ และลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร

น้ำสลัดฝรั่งเศส

ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะให้พลังงานประมาณ 73 kcal

ส่วนผสมหลัก ได้แก่ น้ำมันมะกอก น้ำส้มสายชู มัสตาร์ด เกลือ และน้ำเชื่อม น้ำสลัดแบบฝรั่งเศสถือว่าเป็นน้ำสลัดที่ผู้ควบคุมน้ำหนักสามารถเลือกมาใช้ได้อีกชนิดนึง เพราะมีปริมาณไขมันไม่สูงนัก เหมาะกับการราดบนผักกาดแก้วสดๆ กรอบๆ คู่กับอาหารประเภทสัตว์ปีกไร้มันหรือ เนื้อปลา จะช่วยให้เจริญอาหาร ไม่ให้เลี่ยนจนเกินไป และถ้าอยากเพิ่มความหอมของน้ำสลัด ให้บีบน้ำมะนาวซึ่งช่วยเพิ่มวิตามินซีแก่ร่างกาย และโรยพริกไทยดำ เพิ่มความ-หอมเหมือนอาหารประเภทยำ อร่อยแบบบ้านเรานั่นเอง

เมื่อเราทราบถึงเรื่องปริมาณพลังงานและประโยชน์ของส่วนผสมต่างๆในน้ำสลัดแต่ละชนิดแล้ว สิ่งที่ควรคำนึงก็คือการกะปริมาณการรับประทานให้พอเหมาะ เพราะไม่ว่าอาหารชนิดไหนต่อให้มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากเท่าไหร่ ถ้าหากทานมากเกินความจำเป็นก็เป็นสาหตุที่ทำให้อ้วนได้เช่นกัน

ขอบคุณ​ภาพ​จาก​ : กูเกิ้ล
เครดิต​ : สาระเรื่องสุขภาพ

เรื่องน่าอ่าน​ :

แก้ชงปีขาล​ 2559

แอร์​ทำเอง​ ด้วย​กล่องโฟม

แต่งตัวให้ดูดี

วิธีลดพุง​ ลดหน้าท้อง​ แบบ​ง่ายๆ

สาวออฟฟิศต้องรู้

เลือกสีผมให้เข้ากับสีผิว

วิธีสระผมให้ดูดี

เคล็ดลับ​ผู้​หญิง

วิธี​แก้ผิวแตกลาย

สาระ​น่ารู้

หน้าใส​ ไร้สิว​ ด้วยวิธี​ธรรมชาติ

แค่ยืนก็ผอมได้

แก้ปวดหัว​ภายใน​ 5​ นาที

วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2559

สูตร​ บัวลอย​ ไข่หวาน​

วิธีทำ บัวลอย สูตรโบราณ ง่ายนิดเดียว

ส่วนผสมบัวลอย สูตรโบราณ

- แป้งข้าวเหนียว 2 ถ้วยตวง
- เผือกนึ่งสุกบดละเอียด 1 ถ้วยตวง (กรณีต้องการบัวลอยหลายสีสามารถเลือกใช้ฟักทอง เพื่อทำบัวลอยสีเหลือง, ใบเตย เพื่อทำบัวลอยสีเขียว, อื่นๆ)
- น้ำเปล่า 1/4 ถ้วยตวง

ส่วนผสมน้ำกะทิ

- กะทิ 2 ถ้วยตวง
- น้ำตาลมะพร้าว 100 กรัม
- น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
- เกลือป่น 1 ช้อนชา
- เนื้อมะพร้าวอ่อน, ไข่ (จะมีหรือไม่มีก็ได้)
- งาขาว (สำหรับแต่งหน้า จะมีหรือไม่มีก็ได้)

****กรณี ใส่ไข่ เมื่อกะทิเดือดทั่วทั้งหม้อจึกตอกไข่ใส่ลงไป ต้มจนไข่สุกลอย

วิธีทำบัวลอย สูตรโบราณ

1. ทำบัวลอยโดยผสมแป้งข้าวเหนียว, เผือกนึ่งและน้ำเปล่าเข้าด้วยกัน นวดจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันเป็นเนื้อเดียว จากนั้นจึงนำมาปั้นเป็นลูกกลมๆ ระหว่างปั้นนั้น ควรโรยด้วยเศษแป้งข้าวเหนียวเล็กน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกบัวลอยติดกัน (ถ้าต้องการทำบัวลอยหลายสีก็ใช้ส่วนผสมเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นฟักทองสำหรับสีเหลือง หรือใบเตยสำหรับสีเขียว เป็นต้น)

2. ต้มน้ำในหม้อขนาดกลาง รอจนเดือดจึงใส่ลูกบัวลอยที่ปั้นไว้แล้ว เมื่อบัวลอยสุกให้นำออกมาแช่ในน้ำเย็น (บัวลอยที่สุกแล้วจะลอยขึ้น)

3. ทำน้ำกะทิโดยผสม กะทิ, น้ำตาลมะพร้าว, น้ำตาลทรายและเกลือป่นลงไป ควรใส่น้ำตาลทรายแค่ครึ่งเดียวก่อน ถ้ายังหวานไม่พอจึงค่อยใส่เพิ่มลงไป ต้มจนเดือด จึงหรี่ไฟลง นำบัวลอยที่ต้มไว้แล้วใส่ลงไปในน้ำกะทิ ต้มต่ออีกสักพักจึงปิดไฟ ถ้ามีมะพร้าวอ่อนก็ใส่ได้เลย พร้อมลูกบัวลอย (กรณีต้องการทำบัวลอยไข่หวาน ก็ตอกไข่ใส่ไปในหม้อหลังจากที่ใส่บัวลอยลงไป รอจนไข่สุกจึงปิดไฟ)

4. ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยงาขาว เสริฟขณะร้อนหรือรอให้เย็นก็ได้

Cr. สูตรอาหาร http://www.tnews.co.th/html/content/48170/
Cr. ภาพอาหาร Internet

เรื่องน่าอ่าน​ :

แก้ชงปีขาล​ 2559

แอร์​ทำเอง​ ด้วย​กล่องโฟม

แต่งตัวให้ดูดี

วิธีลดพุง​ ลดหน้าท้อง​ แบบ​ง่ายๆ

สาวออฟฟิศต้องรู้

เลือกสีผมให้เข้ากับสีผิว

วิธีสระผมให้ดูดี

เคล็ดลับ​ผู้​หญิง

วิธี​แก้ผิวแตกลาย

สาระ​น่ารู้

หน้าใส​ ไร้สิว​ ด้วยวิธี​ธรรมชาติ

แค่ยืนก็ผอมได้

แก้ปวดหัว​ภายใน​ 5​ นาที

วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2559

ทรงผม​กระชากวัย

สาวๆรู้มั้ยค่ะว่า​ ทรงผมช่วยให้ใบหน้าของคุณดูเด็กลงได้​ โดยเฉพาะถ้าคุณอยู่ในวัย 30 ขึ้น มาดูกันดีกว่าค่ะ​ ว่าคุณควรไว้ผมแบบไหน​ ถึง​จะ​ กระชากวัย 

1.คุณควรไว้ผมยาวค่ะ อาจเป็นผมยาวตรงๆ​ หรือ​ ผมดัดลอนใหญ่​ จะช่วยให้หน้าคุณดูเด็กลงกว่าการตัดผมสั้น​ และ​ การดัดผมลอนเล็ก

2.ควรทำสีผมให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด เช่น ผมสีดำ ผมสีน้ำตาล ผมสีบรอนด์ โดยดูให้เข้ากับโทนสีผิว​ อย่าทำสีผม​ ที่ตัดกับสีผิวอย่างรุนแรง เช่น สีเขียว สีส้มมันจะทำให้คุณดูชราทั้งๆที่เพิ่งจะ 30 เอง

3.หมั่นบำรุงผม เพราะผมที่มีสุขภาพดี เงางาม​ จะช่วยให้คุณดูดี เซ็กซี่และดูเด็กลงได้ หลีกเลี่ยงการสระผมบ่อยๆ การทำสี และ​ การเป่าไดร์ผมซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผมแห้ง ขาดความชุ่มชื้น​ และ​ เสียได้ง่ายค่ะ

4.ควรปล่อยผมด้านหน้าลงมาเล็กน้อยเพื่อปิดโหนกแก้ม และทำให้ใบหน้าคุณดูอ่อนโยนขึ้น ยิ่งถ้าคุณมีใบหน้าที่กว้าง โหนกแก้มเยอะ ก็ควรปล่อยผมด้านหน้าลงมายาวระดับคางไปเลย เพื่อพรางให้ใบหน้าดูเล็กลง

5.อย่ารวบผมจนตึง เพราะมันเป็นทรงที่ทำให้ผู้หญิงวัย 30 ทุกคนดูแก่กว่าเดิม แถมมันยังทำให้คุณดูเครียด จริงจัง เห็นแล้วมันไม่น่ารักเหมือนเด็กประถมหรอกค่ะ

6.อย่าย้อนวัยไปถักเปียอีกเลย ไม่ว่าจะเปียเดี่ยว เปียตะขาบ เปียหางปลา หรือเปียหางม้า เพราะมันทำให้คุณดูป้ากว่าเดิมมาก

Cr. บาร์บี้

เรื่องน่าอ่าน​ :

แก้ชงปีขาล​ 2559

แอร์​ทำเอง​ ด้วย​กล่องโฟม

แต่งตัวให้ดูดี

วิธีลดพุง​ ลดหน้าท้อง​ แบบ​ง่ายๆ

สาวออฟฟิศต้องรู้

เลือกสีผมให้เข้ากับสีผิว

วิธีสระผมให้ดูดี

เคล็ดลับ​ผู้​หญิง

วิธี​แก้ผิวแตกลาย

สาระ​น่ารู้

หน้าใส​ ไร้สิว​ ด้วยวิธี​ธรรมชาติ

แค่ยืนก็ผอมได้

แก้ปวดหัว​ภายใน​ 5​ นาที

วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2559

สูตร​ ไก่ทอดเกลือ

ไก่ทอดเกลือ ทำง่ายๆ แป๊บเดียวได้กิน

ส่วนผสมและวิธีทำ

- น่องไก่ติดสะโพกสองชิ้น ล้างให้สะอาด นำมาสับทั้งกระดูก คลุกด้วยเกลือ 2 ช้อนชา ผงรสไก่ 1 ช้อนชา  ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา  หมักไว้ 15 นาที ผึ่งพัดลมให้แห้งๆ

- นำมาคลุกแป้งทอด (พวกโกกิ หรือแป้งสาลี) คลุกแล้วเคาะแป้งออก

- นำไปทอดในน้ำมันเยอะๆ รอน้ำมันให้ร้อนจัด ค่อยลดไฟหรือไฟกลาง ทอดจนเหลือง ยกเสริฟพร้อมกับน้ำจิ้มไก่หรือซอสพริกก็ได้นะคะ

Cr. สูตรอาหารและภาพอาหาร http://pantip.com/topic/33827667

เรื่องน่าอ่าน​ :

แก้ชงปีขาล​ 2559

แอร์​ทำเอง​ ด้วย​กล่องโฟม

แต่งตัวให้ดูดี

วิธีลดพุง​ ลดหน้าท้อง​ แบบ​ง่ายๆ

สาวออฟฟิศต้องรู้

เลือกสีผมให้เข้ากับสีผิว

วิธีสระผมให้ดูดี

เคล็ดลับ​ผู้​หญิง

วิธี​แก้ผิวแตกลาย

สาระ​น่ารู้

หน้าใส​ ไร้สิว​ ด้วยวิธี​ธรรมชาติ

แค่ยืนก็ผอมได้

แก้ปวดหัว​ภายใน​ 5​ นาที

วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2559

10 ประโยชน์​ ของ​ ยาสีฟัน​

:: 10 ประโยชน์ของ ยาสีฟัน ที่เราคาดไม่ถึง

ยาสีฟัน มีประโยชน์มากกว่าที่เราเคยรู้ ทราบหรือไม่ว่ายาสีฟันที่เราใช้สำหรับทำความสะอาดฟันกันอยู่ทุกวัน รู้แล้วจะอึ้ง! เพราะนอกจากประโยชน์ด้านทำความสะอาดฟันแล้ว ยาสีฟัน ยังมีประโยชน์เด็ดๆ ที่ใช้กับของภายในบ้านได้อีกเพียบ! เอาล่ะ อย่ารอช้า! มาดูกันดีกว่าว่าทำอะไรได้บ้าง!

1. ทำความสะอาดเครื่องประดับ แหวนเพชร แหวนเงิน สร้อยทอง หรือ กำไลข้อมือ ยาสีฟัน ทำความสะอาดได้ทั้งหมด เพียงแค่ใช้ยาสีฟันกับแปรงขนนุ่มๆ ขัดลงไป … แล้วแหวนสุดโปรดของเพื่อนๆ ก็ส่องประกายเจิดจรัส! (ระวังอย่าใช้ยาสีฟันกับไข่มุกล่ะ เพราะยาสีฟันอาจกัดกร่อนได้!)

2. ลบคราบสกปรกบนเนื้อผ้า ตายล่ะหว่า! เสื้อผ้าเลอะซอสสปาเก็ตตี้ จะซักออกยังไง! บอกเลยว่า ไม่ยาก! เพราะ ยาสีฟัน ลบคราบได้อย่างอยู่หมัด! จะเป็น คราบลิปสติก คราบเลือด หรือ คราบซอสต่างๆ เพียงป้ายยาสีฟัน แล้วใช้แปรงขัดเบาๆ จนคราบออกหมด เท่านี้ก็เรียบร้อย

3. ไฟหน้ารถขุ่นหมอง กำจัดได้! ไฟหน้ารถ ของเพื่อนๆ ขุ่นหมอง หรือเปล่า? … วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยคืนชีพไฟหน้ารถกลับมาเหมือนใหม่ เพียงแค่ล้างกำจัดฝุ่นละอองบนไฟหน้าออกไปให้หมด ใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง แล้วใช้ ยาสีฟัน ทาให้ทั่วบริเวณ หลังจากนั้นนำผ้าแห้งมาขัดยาสีฟันให้ทั่ว โดยขัดให้เป็นลักษณะวงกลม ออกแรงพอประมาณ แล้วล้างออก! … เรียบร้อย!

4. ปลุกความสะอาดใส ให้กับเครื่องเงิน! เครื่องเงินต่างๆ ภายในบ้าน ปล่อยทิ้งไว้นานๆ ก็มีแต่หมองลง ทั้ง เชิงเทียน แจกัน ช้อน ส้อม หรือ เครื่องประดับเงินอื่นๆ ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้การ! บีบ ยาสีฟัน ทาลงบนเครื่องเงิน แล้วใช้ผ้าแห้งขัดให้ทั่ว! แล้วดูผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น!

5. รองเท้าซักไม่ได้ ยาสีฟันช่วยได้! สำหรับเพื่อนๆ คนไหน ที่ รองเท้าที่สกปรก อยากซัก แต่ก็ซักไม่ได้ (เช่นพวก รองเท้ากีฬา) … แหม … เห็นแล้วขัดใจ อยากทำความสะอาดให้มันขาวๆ … ลองใช้ ยาสีฟัน ดูสิ! บีบยาสีฟันลงไป แล้วใช้แปรงค่อยๆ ขัด เท่านี้ก็เรียบร้อย!

6. กำจัดรอยขีดข่วนบนแผ่นซีดี ซีดีเพลงศิลปินโปรด ดันมีรอยขีดข่วนบนแผ่นซีดีเต็มไปหมด! สำหรับรอยตื้นๆ แค่ใช้ยาสีฟันทาบางๆ ลงบนแผ่น แล้วใช้ผ้าสะอาดถูเบาๆ บริเวณที่มีรอย หลังจากนั้นนำไปล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด เท่านี้ก็เรียบร้อย!

7. กำจัดกลิ่นเหม็นคาว กลิ่นเหม็นคาว ที่ติดมือหลงเหลือจากการทำครัว เช่น กลิ่นคาวปลา หรือกลิ่นคาวจากอาหารทะเลต่างๆ แค่ใช้ยาสีฟันบีบลงบนฝ่ามือที่มีกลิ่น แล้วล้างมือให้สะอาดตามปกติ แล้วลองดมใหม่ ว่ากลิ่นคาวได้หายไปหรือยัง!

8. รอยไหม้บนเตารีด จัดการได้! กำจัด รอยไหม้บนเตารีด ง่ายๆ เพียงใช้ผ้าชุบน้ำ บิดให้หมาดที่สุด แล้วบีบยาสีฟันลงบนผ้าเพียงเล็กน้อย ค่อยๆ ขัดลงบนรอยไหม้ไปจนหมด … ก่อนเริ่มลงมือทำ อย่าลืมตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ถอดปลั๊กเตารีดเรียบร้อยแล้วด้วยนะ!

9. ทำความสะอาดคีย์เปียโน คราบเหงื่อจากนิ้วมือ หรือคราบน้ำมันบนผิวหนัง อาจหลงเหลืออยู่ที่ คีย์เปียโน และดึงดูดเอาเศษฝุ่นมาสะสม จนเกิดเป็นคราบสกปรก เพียงใช้ยาสีฟันบีบลงบนผ้าชุบน้ำบิดหมาด แล้วค่อยๆ ถูทำความสะอาด เสร็จแล้วใช้ผ้าแห้งเช็ดอีกครั้ง

10. แว่นตาว่ายน้ำขุ่นหมอง กำจัดได้! แว่นตาว่ายน้ำ หรือแว่นตาดำน้ำ เมื่อใช้เป็นระยะเวลานาน ตัวเลนส์อาจขุ่นมัวได้ ลองใช้ยาสีฟันดูสิ! ทาลงให้ทั่ว แล้วใช้ผ้าแห้งมาขัดเบาๆ ทำความสะอาดให้ทั่ว (ขัดเป็นลักษณะวงกลม) เสร็จแล้วนำไปล้างออก แล้วดูผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น!

(Cr : สาระดี and Love Photography)

เรื่องน่าอ่าน

สูตร​ทอดไก่​ แบบ​ KFC

แก้ชงปีขาล​ 2559

แอร์​ทำเอง​ ด้วย​กล่องโฟม

แต่งตัวให้ดูดี

วิธีลดพุง​ ลดหน้าท้อง​ แบบ​ง่ายๆ

สาวออฟฟิศต้องรู้

เลือกสีผมให้เข้ากับสีผิว

วิธีสระผมให้ดูดี

เคล็ดลับ​ผู้​หญิง

วิธี​แก้ผิวแตกลาย

สาระ​น่ารู้

หน้าใส​ ไร้สิว​ ด้วยวิธี​ธรรมชาติ

แค่ยืนก็ผอมได้

แก้ปวดหัว​ภายใน​ 5​ นาที

วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2559

ไก่บ้านย่างสมุนไพร

ไก่บ้านย่างสมุนไพรน้ำมันงาหนังกรอบ

หอมกลิ่นเครื่องเทศและสมุนไพรมากๆครับ การปิ้งใจเย็นๆขยันกลับด้านและปิ้งด้วยไฟที่ไม่แรงจนเกินไป หนังไก่ก็จะกรอบดีมากครับเนื้อด้านในก็จะชุ่มไม่แห้งกระด้างครับ
น้ำมันงาที่ผสมลงในเครื่องปรุงตอนหมักไก่ จะทำให้หนังไก่มีความชุ่มไม่แห้งและทำให้หนังไก่กรอบได้และน้ำมันงายังเพิ่มความหอมให้ไก่ด้วยครับ การหมักด้วยเครื่องเทศแล้วนำไปย่างจะทำให้มีเนื้อเครื่องเทศติดอยู่ที่ไก่ เวลากินจะเคี้ยวโดนพริกไทยเม็ดบ้างกระเทียมหรือรากผักชีบ้างจะทำให้เพิ่มความอร่อยขึ้นครับ
ไก่ที่ย่างร้อนๆนำมาจิ้มกับน้ำจิ้มแจ่วเข้ากันได้ดีมากครับ ได้ข้าวเหนียวร้อนๆหรือส้มตำเผ็ดๆซักจานก็จะเพิ่มความอร่อยได้อีก ลองทำกันดูนะครับไก่บ้านย่างสมุนไพรน้ำมันงาหนังกรอบ^^
-------------------------------
วัตถุดิบ
1.ไก่บ้าน1ครึ่งตัว
---------------------
เครื่องเทศและเครื่องปรุงรส
ตะไคร้
เกลือ
ข่าแก่
รากผักชี
กระเทียม
น้ำตาลมะพร้าวหรือน้ำตาลปี๊บ
พริกไทยเม็ด
ซอสหอยนางรม
น้ำมันงาหรือน้ำมันพืช
ซอสปรุงรส
ซีอิ้วขาว
โขลกเครื่องเทศทุกอย่างให้ละเอียดเวลาหมักครับ
---------------------
วิธีทำ
โขลกเครื่องเทศทุกอย่างให้ละเอียด จากนั้นนำเอาเครื่องเทศและเครื่องปรุงรสทั้งหมดผสมรวมให้เข้ากัน นำไก่ที่เตรียมไว้มาคลุกให้ทั่วแล้วเอาเข้าตู้เย็นหมักไก่ไว้2ชั่วโมง จากนั้นนำไก่มาหนีบด้วยไม้หนีบแล้วใช้เถาย่านางรัดให้แน่น
ก่อไฟให้ถ่านร้อนแดงดี แล้วนำขี้เถ้าไปโรยด้านบนถ่านให้ทั่วเพื่อไม่ให้ความร้อนจากถ่านสัมผัสเนื้อไก่โดยตรง เพราะไก่จะไหม้ก่อนสุก ทำแบบนี้หนังไก่ก็จะกรอบด้วยครับ
ปิ้งใจเย็นๆและหมั่นกลับด้านไก่บ่อยๆจนกระทั้งไก่สุกดีครับ^^

ขอขอบคุณเจ้าของสูตรโดยคุณ :Tamooti Moomoo‎‎‎ ทาง facebook

เรื่องน่าอ่าน​ :

แก้ชงปีขาล​ 2559

แอร์​ทำเอง​ ด้วย​กล่องโฟม

แต่งตัวให้ดูดี

วิธีลดพุง​ ลดหน้าท้อง​ แบบ​ง่ายๆ

สาวออฟฟิศต้องรู้

เลือกสีผมให้เข้ากับสีผิว

วิธีสระผมให้ดูดี

เคล็ดลับ​ผู้​หญิง

วิธี​แก้ผิวแตกลาย

สาระ​น่ารู้

หน้าใส​ ไร้สิว​ ด้วยวิธี​ธรรมชาติ

แค่ยืนก็ผอมได้

แก้ปวดหัว​ภายใน​ 5​ นาที

วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2559

เลือก​สบู่​ให้เหมาะกับผิว

วิธี​เลือก​สบู่​ให้เหมาะกับผิว

สบู่ที่เราใช้กันอยู่มีหลายชนิด แต่คุณรู้ไหมว่า​ สบู่แบบไหนกัน​ ถึงจะเหมาะกับผิวของเรา โดยปกติแล้ว​ สบู่จะถูกผลิตออกมาให้มีค่าความเป็นกรด-ด่าง​ อยู่ที่ 9-11 ซึ่งมีความเป็นด่างสูงกว่าผิวคนเรานิดหน่อย ทั้งนี้ก็เพื่อการทำความสะอาดที่ผิวที่ดีนั่นเอง แต่สบู่ก็มีความแตกต่างกัน​ อยู่ที่ส่วนผสมอีกหลายๆอย่าง ซึ่งสามารถแบ่งประเภทของสบู่ออกได้ 4 ชนิด คือ 

1. สบู่สำหรับคนผิวแห้ง ควรเป็นสบู่ชนิดที่มีส่วนผสมของไขมันหรือครีมสูง ถ้าเป็นสบู่จากธรรมชาติ​ ก็ควรมีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ อะโวคาโด หรือน้ำมันจากพืชด้วย

2. สบู่สำหรับคนผิวมัน​ ควรเป็นสบู่ต้านทานเชื้อโรค มีส่วนผสมของลาเวนเดอร์ คาโมไมล์ และไทม์

3.สบู่ยา ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า​ ต้องมียาเป็นส่วนประกอบของสบู่ชนิดนี้ จึงเหมาะสำหรับการป้องกัน​ และ​ รักษาการติดเชื้อของผิวหนังผื่นคัน และ​ ระงับกลิ่นตัวได้ดี 

4. สบู่สำหรับคนที่เป็นโรคผิวหนังแห้งชนิดต่างๆ เช่น​ โรคผิวหนังเอคซีมา โรคเรื้อนกวาง สบู่ประเภทนี้จะมีส่วนผสมของวิตามินอี​ และ​ น้ำมันฮะโฮบะซึ่งช่วยระงับเชื้อราได้ดี

Cr​ : ความรู้รอบตัวดอทคอม

เรื่องน่าอ่าน : 

แอร์​ทำเอง​ ด้วย​กล่องโฟม

แต่งตัวให้ดูดี

วิธีลดพุง​ ลดหน้าท้อง​ แบบ​ง่ายๆ

สาวออฟฟิศต้องรู้

เลือกสีผมให้เข้ากับสีผิว

วิธีสระผมให้ดูดี

เคล็ดลับ​ผู้​หญิง

วิธี​แก้ผิวแตกลาย

สาระ​น่ารู้

หน้าใส​ ไร้สิว​ ด้วยวิธี​ธรรมชาติ

แค่ยืนก็ผอมได้

แก้ปวดหัว​ภายใน​ 5​ นาที

เกิดข้อผิดพลาดใน Gadget นี้

ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...