วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2559

ข้าวต้มหมูสับ กุ้ง

☆ ข้าวต้มหมูสับและกุ้ง ☆
-----------------------------------
ส่วนผสม
- ข้าวหอมมะลิใหม่
- หมูสับ
- กุ้ง ล้างให้สะอาด ปอกเปลือก ไว้หาง ชักเส้นดำออก
- กระเทียมไทย ปอกเอาเปลือกแข็งๆออก
- พริกไทยป่น,ซอสปรุงรส,ซีอิ๊วขาว,น้ำปลา
- ต้นหอมและคื่นช่ายซอยหยาบ
- น้ำมันสำหรับเจียวกระเทียม 
-----------------------------------
วิธีทำ
1 โขลกกระเทียมพอหยาบ นำไปเจียวให้เหลืองกรอบ ตักขึ้นพักไว้
2.ใช้กระทะใบเดิม เหลือน้ำมันไว้เล็กน้อย ใส่หมูสับลงผัด ปรุงรสด้วยซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว และพริกไทยป่น หมูสุกตักออกใส่ชามพักรอไว้ 
3. ผัดกุ้งต่อ ทำวิธีเดียวกันกับหมูเลยค่ะ
4. ต้มข้าว พอเม็ดข้าวบานได้ที่ก็ใส่หมูสับและกุ้งที่ผัดเตรียมไว้ลงไป คนให้เข้ากันดี ชิมและปรุงรสให้ถูกใจ
5. ตักใส่ชาม โรยหน้าด้วยต้นหอม คื่นช่าย กระเทียมเจียวและพริกไทยป่น

ขอบคุณที่มา : Usa-Sa Tabtim ทาง facebook

เรื่องน่าอ่าน​ :

แก้ชงปีขาล​ 2559

แอร์​ทำเอง​ ด้วย​กล่องโฟม

แต่งตัวให้ดูดี

วิธีลดพุง​ ลดหน้าท้อง​ แบบ​ง่ายๆ

สาวออฟฟิศต้องรู้

เลือกสีผมให้เข้ากับสีผิว

วิธีสระผมให้ดูดี

เคล็ดลับ​ผู้​หญิง

วิธี​แก้ผิวแตกลาย

สาระ​น่ารู้

หน้าใส​ ไร้สิว​ ด้วยวิธี​ธรรมชาติ

แค่ยืนก็ผอมได้

แก้ปวดหัว​ภายใน​ 5​ นาที

วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2559

เศรษฐี​ กับ​ ยมทูต​

เศรษฐีกับยมทูต

เศรษฐีคนหนึ่งกำลังจะสิ้นใจตาย ยมทูตได้ปรากฏกายเพื่อมารับ วิญญาณของเขา

เขาได้ถามยมทูตว่า
“เมื่อผมตายไปแล้ว ผมจะได้ขึ้นสวรรค์หรือตกนรกครับ?”
“ตกนรก!”
ยมทูตกล่าว
เศรษฐีเมื่อได้ฟังก็รู้สึกโมโหเป็นอย่างยิ่ง จึงถามยมทูตขึ้นว่า
“ทำไมผมต้องตกนรก! ในเมื่อผมนำเงินสร้างวัดสร้างโบสถ์สร้างโรงเรียนไว้มากมาย อีกทั้งบริจาคเงิน ให้แก่องค์กรสังคมสง เคราะห์ต่างๆ ทำไมผมยังต้องตกนรก ผมไม่ยอม!”

“หากเจ้ารู้สึกไม่พอใจ ข้าจะให้เวลาเจ้าอีกหนึ่งอาทิตย์ ภายในหนึ่งอาทิตย์นี้ หากเจ้าได้รอยยิ้มจากความจริงใจเพียงสามครั้ง เจ้าก็สามารถขึ้นสวรรค์ได้!”

เศรษฐีได้ฟังรู้สึกพอใจเป็นอย่างยิ่ง เขาคิดในใจ “กะอีแค่รอยยิ้มจากใจเพียงแค่สามครั้ง มันจะไปยากอะไร!”

เมื่อยมทูตหายไป เขานิ่งคิดว่าใครเป็นคนแรกที่จะมอบรอยยิ้มจากความจริงใจให้กับเขาเป็นคนแรก ใบหน้าของภรรยาก็ปรากฏขึ้นในมโนภาพ เขาและเธอแต่งงานกันมาสี่สิบกว่าปี เธอนี่แหละที่จะมอบรอยยิ้มจากใจให้เขาเป็นคนแรกเขาจึงใช้เงินเป็นจำนวนมากซื้อเครื่องเพชรชุดใหญ่มอบให้แก่ภรรยาของเขา เมื่อภรรยาได้รับของขวัญเป็นเพชรชุดใหญ่ก็ดีใจและประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง

แต่ยมทูตบอกกับเขาว่า
“นี่ไม่ใช่รอยยิ้มจากความจริงใจ เธอเพียงแค่ดีใจที่ได้เครื่องเพชร ชุดใหญ่ก็เท่านั้นเอง”

เศรษฐีรู้สึกประหลาดใจกับคำบอกของยมทูต เขาจึงซื้อรถ ซื้อบ้าน อีกทั้งสิ่งที่คิดว่าภรรยาจะต้องชอบให้แก่เธอ แต่เป็นที่น่าประหลาด ภรรยาของเขาดีใจและรอยยิ้มที่เธอมอบให้เขานั้นยังไม่ใช่รอยยิ้มจากใจจริงที่ยมทูตต้องการ

เวลาผ่านไปเป็นวันที่สามแล้ว เศรษฐียิ่งรู้สึกกระวนกระวายใจ เพราะเขาเหลือเวลาอีกเพียงแค่สี่วันเท่านั้น คนที่เขาคิดว่าจะได้ รอยยิ้มจากใจเป็นคนแรก กลับไม่ง่ายดังที่เขาคิดไว้

เช้าวันที่สี่เขาลุกจากที่นอนตั้งแต่เช้าตรู่ เมื่อคิดว่าตนเองจะต้องตายในอีกสามวันข้างหน้า สิ่งที่เขาควรมอบให้แก่ภรรยาก็ได้ทำไปหมดแล้ว เขาเดินคิดไปจนเข้ามาในครัว เขาหยิบกระทะขึ้นมาทอดไข่และไส้กรอก จากนั้นก็ทำการปิ้งขนมปัง เขาลงมือทำอาหารเช้าที่ไม่ได้ทำมาเป็นเวลานาน

เมื่อภรรยาของเขาลงมาจากชั้นบน เห็นสามีอันเป็นที่รักเข้าครัวทำอาหารเช้า ก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะเธอมีแม่บ้านอยู่หลายคนที่คอยเตรียมสิ่งเหล่านี้ให้โดยไม่ต้องลำบากให้สามีของเธอลงมือทำเอง

เศรษฐีนำอาหารเช้าวางไว้บนโต๊ะ และเชิญภรรยาทานอาหารเช้าที่เขาเป็นคนเตรียมให้ เมื่อเธอตักอาหารคำแรกเข้าปาก เธอก็นำตาร่วงและยิ้มออกมาให้กับเขา “ที่รักคะ คุณยังจำตอนที่เราเริ่มสร้างครอบครัวได้ไหม ตอนนั้นเรายังยากจน คุณทำอาหารเช้าง่ายๆแบบนี้ให้ฉันทานทุกเช้าเลย ฉันดีใจที่เช้านี้ได้ทานอาหารฝีมือของคุณอีกครั้งค่ะ”

ในขณะนั้น เศรษฐีสัมผัสได้ว่า รอยยิ้มของภรรยาเป็นรอยยิ้มที่แสนสวยงามเป็นพิเศษ แม้เธอยังไม่ได้แต่งหน้าทำผม แต่รอยยิ้มของเธอช่างดูบริสุทธิ์จริงใจ เศรษฐีเข้าใจในทันทีว่า หลายปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยได้ใช้ชีวิตทานอาหารเช้ากับภรร ยาเลย จึงลืมไปแล้วว่า สิ่งที่เธอต้องการจากเขาจริงๆในตอนนี้ก็คือความใส่ใจนั่นเองและในเช้านั้น ยมทูตก็ได้บอกกับเขาว่า“เจ้าได้รอยยิ้มจากใจแล้วหนึ่งครั้ง!”

สายของวันนั้น เขาเข้าบริษัทและหวังว่าจะได้รอยยิ้มจากใจเป็นครั้งที่สองจากลูกน้องคนสนิทเขาเรียกลูกน้องคนสนิทเข้ามาพบที่ห้อง“ผมตัดสินใจเลื่อนตำแหน่งให้คุณเป็นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และมอบหุ้นของบริษัทส่วนหนึ่งให้แก่คุณ ”ลูกน้องคนสนิทดีใจเป็นอย่างยิ่ง ใบหน้าของเขาตอนนี้เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม ได้แต่ยืนโค้งคำนับ กล่าวคำขอบคุณครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เศรษฐีกลับรู้สึกว่ารอยยิ้มของลูกน้องคนสนิทยังมีความ
ทุกข์ใจปนอยู่

เศรษฐีได้แต่งตั้งลูกน้องคนสนิทให้ดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และมอบหุ้นของบริษัทจำนวนหนึ่งให้แก่เขา แต่เศรษฐีก็ยังไม่ได้รอยยิ้มจากใจของลูกน้องคนนี้เลย

เช้าวันที่เจ็ด เศรษฐีเรียกลูกน้องคนสนิทเข้ามาพบ เศรษฐีแจ้งให้ลูกน้องคนสนิททราบว่า ได้เซ็นอนุมัติให้เขา ลาพักพร้อมตั๋วเครื่องบินไปกลับห้าใบสำหรับเขาและลูกเมีย

“คุณทำงานเหมือนขายชีวิตให้ผมมานาน ผมไม่เคยให้คุณได้พักผ่อนอยู่กับลูกเมียเลย ผมให้คุณพักอยู่กับลูกเมียเป็นเวลาหนึ่งเดือน พร้อมตั๋วเครื่องบินไปฮาวายห้าใบ พาลูกเมียไปพักผ่อนนะ”ลูกน้องคนสนิทรู้สึกเซอร์ไพรส์มาก จากสีหน้าที่เคร่งขรึมเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่อ่อนโอนและอบอุ่นขึ้นในทันที เขายิ้มออกมาด้วยสีหน้าผ่อนคลาย มันเป็นรอยยิ้มที่เขาไม่เคยเห็นจากลูกน้องคนนี้มาก่อน ทำให้เขาก็รู้สึกสบายใจไปด้วย

“ขอบพระคุณท่านมากครับ ผมไม่ได้พาลูกเมียไปพักผ่อนนานแล้วสินะ พวกเขาคงคิดว่าหัวใจของผมทำด้วยเหล็กที่แทบไม่มีความรู้สึกเหมือนพ่อคนอื่นๆ ผมจะทำตามที่ท่านเมตตาครับ ขอบ พระคุณท่านอีกครั้งครับ!”สิ้นเสียงของลูกน้องคนสนิท ยมทูตก็ได้กระซิบบอกเขาว่า“เจ้าได้รอยยิ้มจากใจเป็นครั้งที่สองแล้ว”

เศรษฐีเพิ่งได้รอยยิ้มแห่งความจริงใจเพียงแค่สองครั้ง แต่ทว่า เวลาของเขาก็เหลือไม่ถึงวันแล้ว เศรษฐีได้แต่ทอดถอนหายใจ

“เราคงต้องยอมรับความจริงแล้วสินะ!” เศรษฐีเอ่ยกับตัวเองเพราะทั้งภรรยาและลูกน้องคนสนิท เขาต้องใช้เวลาไปตั้งเจ็ดวัน ถึงจะได้รอยยิ้มจากความจริงใจของเธอและเขา หากเป็นเช่นนี้ เขาคงต้องยอมรับที่จะต้องตกนรกอย่างไม่มีทางเลือกอื่น เมื่อ เขานึกถึงนรกจิตใจก็หดหู่เศร้าสร้อย เขาตัดสินใจถอดสูทที่สวมอยู่ออก จากนั้นก็เดินออกจากบริษัทเพื่อนั่งรถเมล์ไปเที่ยวยังที่ต่างๆ

เขารู้สึกถึงบรรยากาศเก่าๆ สมัยสร้างเนื้อสร้างตัวร่วมกับภรรยา บรรยากาศแบบนี้ เขาไม่ได้สัมผัสมาเป็นเวลานานแล้ว เพราะโดยปกติ ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน ก็จะมีรถยนต์คันหรูพร้อมคนขับอีกทั้งเอกสารที่จะต้องเซ็นอนุมัติมากมาย เขาแทบจะหาเวลาว่างเดินทอดน่องเพียงลำพังในตรอกซอกซอยอย่างนี้ไม่ได้ เขาคิดว่า ไหนๆอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ก็ต้องถูกยมทูตพาไปนรกแล้ว ก็เสพสุขช่วงเวลาที่เหลือนี้ให้เพียงพอก็แล้วกัน ณ ขณะนั้น จิตใจเขาปลอดโปล่งโล่งสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เขาเดินอยู่บนถนนที่มีผู้คนสัญจรไปมามากมาย แล้วเขาก็เห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งร้องไห้อยู่บนฟุตบาท ไม่มีใครสนใจเด็กหญิงคนนี้เลย เพราะต่างคนต่างก็รีบเร่งกันทั้งนั้น“ไหนๆก็จะตายแล้ว เราลองถามเด็กคนนี้ก็แล้วกัน ว่าเธอร้องไห้ทำไม?” คิดแล้วก็เดินเข้าไปหาเด็กหญิงคนนั้นเด็กน้อยพลัดหลงกับพ่อแม่ จึงตกใจร้องไห้ เมื่อเขารู้ความจริงก็พาเธอไปที่สถานีตำรวจ และแจ้งว่ามีเด็กพลัดหลงกับพ่อแม่ที่ตลาด ขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดต่อประสานงานกับพ่อแม่เศรษฐีนั่งรอพ่อแม่ของเด็กน้อยให้มารับด้วยจิตใจจดจ่อ เขาเพ่งมองไปที่นาฬิกา เวลาของเขาใกล้จะหมดแล้วสินะ เมื่อพ่อแม่ของเด็กน้อยเดินขึ้นมาที่โรงพัก สามคนพ่อแม่ลูกวิ่งเข้ามากอดกันกลมและร้องไห้ดังสนั่นโรงพัก

เขามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกปิติและอิ่มเอิบในหัวใจ“โธ่เอ๊ย การได้ช่วยเหลือคนอื่นมันเป็นความสุขอย่างนี้นี่เอง!” เขาอุทานขึ้นมาเบาๆแต่เขาก็ต้องหุบยิ้มนั้นทันที เพราะยมทูตได้ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าของเขาแล้ว
เขายื่นมือให้กับยมทูต แต่ทว่า ยมทูตกลับส่ายหัวให้กับเขา“เจ้าไม่ต้องลงนรกกับข้า เพราะเจ้ามีคุณสมบัติขึ้นสวรรค์แล้ว!” ยมทูตกล่าวขึ้นเขาเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ฟัง“ท่านว่าอะไรนะ?” เขาถามอย่าลนลาน“รอยยิ้มที่เกิดจากความจริงใจครั้งที่สามครบแล้ว”ยมทูตยื่นกระจกเงาให้เขามองใบหน้าของตนเอง พลางพูดว่า“ที่จริงมันเกิดได้เมื่อสักครู่หนึ่งแล้ว!”

เศรษฐีมองตัวเองในกระจกเงา จากใบหน้าอันเคร่งขรึมเศร้าหมองไร้ราศี บัดนี้เปี่ยมไปด้วยความอิ่มเอิบ และมีรอยยิ้มอยู่ที่มุมปาก มันไม่ใช่ใบหน้าของกรรมการผู้จัดการใหญ่ใจยักษ์ แต่มันเป็นใบหน้าของคุณลุงคนหนึ่ง ที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา เขาเห็นรอยยิ้มแห่งความจริงใจนั้นบนใบหน้าของตนเอง

“ใจของเจ้าเปลี่ยนไปแล้ว ไม่มีเหตุผลใดที่ข้าจะต้องพาเจ้าไปยังนรก แต่ทว่าเทวทูตยังไม่มารับเจ้า นั่นแปลว่าเจ้ายังพอมีเวลาที่จะสร้างความดีในโลกนี้ได้อีก” พูดจบ ยมทูตก็หายวับไปกับตา“ที่แท้ รอยยิ้มที่สามอยู่ที่ตัวข้าเองหรือนี่?” เศรษฐีกวาดสายตามองออกไปนอกสถานีตำรวจ ด้วยความอิ่มเอิบใจ

*คุณมี 2 ทางเลือก
1. ถ้าคุณได้อ่านแล้ว เห็นว่าดีมีประโยชน์ช่วยเตือนสติได้ โปรด
แชร์เพื่อเป็นธรรมทาน
2. ถ้าเห็นว่าบทความด้านบน ไร้สาระ ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้
เสียเวลาในการอ่านนี้ คิดเสียว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นและจงลืมๆมัน
ไป

ผมได้อ่านหมดแล้ว และได้เลือก ข้อ 1.
สาธุครับ

ขอขอบคุณเนื้อหาจาก : Youcai Coffee
ขอบคุณ​ภาพ​จาก​ : Google​

เรื่องน่าอ่าน​ :

แก้ชงปีขาล​ 2559

แอร์​ทำเอง​ ด้วย​กล่องโฟม

แต่งตัวให้ดูดี

วิธีลดพุง​ ลดหน้าท้อง​ แบบ​ง่ายๆ

สาวออฟฟิศต้องรู้

เลือกสีผมให้เข้ากับสีผิว

วิธีสระผมให้ดูดี

เคล็ดลับ​ผู้​หญิง

วิธี​แก้ผิวแตกลาย

สาระ​น่ารู้

หน้าใส​ ไร้สิว​ ด้วยวิธี​ธรรมชาติ

แค่ยืนก็ผอมได้

แก้ปวดหัว​ภายใน​ 5​ นาที


วันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ทำไม? ยิ่งลดยิ่งอ้วน

ตั้งใจลด​น้ำหนัก​ แต่! ทำไมนะ.. ยิ่งลดยิ่งอ้วน​ หลายๆคนอาจเป็นเช่นนี้

      ลดอาหาร ออกกำลังกาย แต่ขึ้นตาชั่งทีไรน้ำหนักก็เท่าเดิม อยากรู้ไหมว่าทำไมกันนะ?

ลดน้ำหนัก ต้องไม่เครียด

1. คุณกินชดเชยหลังออกกำลังกายใช่ไหม?

สาว ๆ หลายคนเคยชินกับการให้รางวัลตัวเองด้วยของหวานสักชิ้น หรือน้ำหวานสักแก้วหลังจากออกกำลังกายอย่างหนัก (ก็เพิ่งเบิร์นไปตั้งหลายแคลอรี่นี่นา) แต่การกินแบบนี้จะทำให้ที่คุณออกกำลังมาน่ะเหนื่อยเปล่า! แถมบางทีพลังงานที่คุณกินอาจจะมากกว่าที่เพิ่งใช้ไปด้วยซ้ำ

2. คุณอาจจะนอนไม่พอ

นอนดึก ๆ หรือนอนน้อย ๆ ไม่ได้ช่วยให้ร่างกายมีเวลาเผาผลาญพลังงานมากขึ้น แต่กลับทำให้ประโยชน์ที่ควรได้จากการออกกำลังกายลดลง และทำให้น้ำหนักของคุณเพิ่มขึ้นด้วย ถ้าคุณนอนไม่พอเมตาบอลิซึม จะทำงานช้าลงตรงข้ามกับความอยากอาหารที่เพิ่มขึ้น

3. คุณเครียดเกินไปไหม?

ยิ่งคุณเครียดมากเท่าไหร่ น้ำหนักคุณก็ยิ่งเพิ่มขึ้นง่ายเท่านั้น เวลาเครียด ๆ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมาทำให้ความอยากอาหารและการกักเก็บพลังงานในรูปไขมันเพิ่มขึ้น (พุงจะยื่นเลยล่ะ)

4. คุณกินน้อยเกินไปล่ะมั้ง

กินน้อยได้พลังงานน้อยก็จริง แต่ถ้ากินน้อยเกินไปร่างกายจะปกป้องตัวเองตามสัญชาตญาณด้วยการลดอัตราเมตาบอลิซึมลง เพื่อกักเก็บพลังงานเอาไว้ (ป้องกันไม่ให้อดตาย!)

5. คุณลดไม่ต่อเนื่องหรือเปล่า?

การลดอาหารและออกกำลังไม่ต่อเนื่องนั้น แย่ยิ่งกว่าการกินมาก ๆ ออกกำลังกายน้อย ๆ เสียอีก เพราะจะทำให้ร่างกายของคุณปรับตัวไม่ทัน ดีไม่ดีตอนที่คุณกำลังกินอย่างเพลิดเพลิน ร่างกายอาจกำลังเร่งเก็บพลังงานไว้ใช้ตอนที่คุณลดน้ำหนักก็ได้

6. คุณไม่ได้อยากลดน้ำหนักจริง ๆ

ถามตัวเองให้แน่ ๆ ว่าคุณอยากจะลดน้ำหนักแบบจริงจังหรือเปล่า เพราะถ้าคุณไม่ได้ตั้งใจจริง ไม่นานคุณก็จะเบื่อและท้อ พอมีอะไรมายั่วหน่อยก็อยากกิน อาจจะเดี๋ยวทำเดี๋ยวเลิกจนไขมันพุ่งขึ้นมากกว่าเดิมเสียอีก

7. คุณออกกำลังไม่หลากหลายล่ะสิ

ออกกำลังกายอยู่อย่างเดียวจนเป็นกิจวัตรประจำวันนอกจากจะน่าเบื่อแล้ว ยังทำให้การเบิร์นไม่ได้ผลเท่าเดิมด้วยนะ เพราะคุณเคยชินกับมันจนเกินไปยังไงล่ะ ปรับเปลี่ยนซะบ้างนะ

8. น้ำหนักที่เห็นอาจไม่สัมพันธ์กับไขมันก็ได้

น้ำหนักที่คุณชั่งได้มีทั้งน้ำหนักของน้ำ มวลกล้ามเนื้อ แล้วก็ไขมัน การออกกำลังกายมาก ๆ อาจทำให้กล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นมาแทนที่ไขมันที่หายไป คุณถึงยังน้ำหนักเท่าเดิมยังไงล่ะ

9. คุณอาจใจร้อนเกินไป

ร่างกายคนเราไม่เหมือนกัน บางคนออกกำลังแป๊บเดียว น้ำหนักก็ลดลงไปเห็น ๆ แต่บางคนอาจต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์ หรืออาจจะเป็นเดือน อย่าใจร้อน! ให้เวลากับตัวเองหน่อย ถ้าคุณพยายามเดี๋ยวก็เห็นผลเอง…ไม่ต้องรีบ

10. บางทีคุณอาจจะเป็นโรค (ที่ไม่เคยรู้)

โรคบางโรค เช่น ภาวะมีถุงน้ำที่รังไข่ (PCOS) ต่อมธัยรอยด์ผิดปกติ หรือฮอร์โมนที่ไม่สมดุล อาจจะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และลดลงได้ยาก หากรู้สึกผิดปกติมาก ๆ ออกกำลังกาย และควบคุมอาหารมาเป็นเดือน ๆ น้ำหนักก็ไม่หายไปเลย ลองปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจร่างกายดูนะคะ

Cr​ : สาระเพื่อสุขภาพ

ขอบคุณ​ภาพ​จาก​ : aecnews.co.th

เรื่องน่าอ่าน​ :

แก้ชงปีขาล​ 2559

แอร์​ทำเอง​ ด้วย​กล่องโฟม

แต่งตัวให้ดูดี

วิธีลดพุง​ ลดหน้าท้อง​ แบบ​ง่ายๆ

สาวออฟฟิศต้องรู้

เลือกสีผมให้เข้ากับสีผิว

วิธีสระผมให้ดูดี

เคล็ดลับ​ผู้​หญิง

วิธี​แก้ผิวแตกลาย

สาระ​น่ารู้

หน้าใส​ ไร้สิว​ ด้วยวิธี​ธรรมชาติ

แค่ยืนก็ผอมได้

แก้ปวดหัว​ภายใน​ 5​ นาที

วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

​น้ำสลัด​

น้ำสลัดรู้จักให้จริงแล้วเลือกให้ถูก

        ว่าด้วยเรื่องราวของเมนูยอดนิยมเพื่อการลดน้ำหนักกัน เมื่อพูดถึงอาหารเพื่อการลดน้ำหนักที่หลายคนนึงถึงคงหนีไม่พ้นสลัดผักไปได้ เพราะสลัดถือว่าเป็นเมนูที่ให้พลังงานต่ำและมีคุณค่าทางอาหารสูง จริงอยู่ว่าสลัดเปล่าๆให้พลังงานไม่มากนัก แต่ตัวแปรสำคัญที่ทำให้สลัดมีพลังงานมากขึ้นก็คือ น้ำสลัดที่เราทานคู่กับผักเพื่อเพิ่มรสชาติ ซึ่งน้ำสลัดแต่ละชนิดมีส่วนผสมต่างกัน จึงทำให้พลังงานที่จะได้รับจากน้ำสลัดจึงต่างกันไปตามส่วนผสม ด้วยเหตุนี้หากเราไม่รู้จักและเลือกใช้น้ำสลัดไม่ถูกก็มีผลทำให้การทานสลัดกลับทำให้อ้วนมากกว่าการทานอาหารปรกติเสียอีก

น้ำสลัด (dressing) หมายถึง น้ำปรุงรสหรือซอสปรุงรส ที่ใส่ในสลัด ซึ่งโดยมากแล้วในน้ำสลัดจะใช้น้ำมันมะกอกที่เป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งน้ำมันมะกอกนั้นเป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว เป็นไขมันที่ดีต่อร่างกาย หากเป็นน้ำสลัดที่มีความข้นจะเติมไข่แดงและ มายองเนสลงไป ปรุงรสด้วยน้ำตาล เกลือ น้ำส้มสายชูฝรั่ง หรือน้ำมะนาว และหากแบ่งประเภทของน้ำสลัดออกจะสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆคือ สลัดน้ำข้น และ สลัดน้ำใส ซึ่งน้ำสลัดแบบข้นนั้นจะป็นกลุ่มน้ำสลัดที่ให้พลังงานสูง ไม่เหมาะนักกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก หรือ หากต้องการทานควรศึกษาปริมาณค่าพลังงานต่อหน่วยบริโภค และจำกัดปริมาณการรับประทาน

สลัดน้ำข้น หรือน้ำสลัดกลุ่มที่ให้พลังงานสูง

เนื่องจากประกอบไปด้วยโปรตีนและไขมัน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพลังงานสูง เช่น นักกีฬาหรือผู้ที่ต้องการเพิ่มน้ำหนัก แต่ควรรับประทานในปริมาณที่ไม่มากจนเกินไป เพราะอาจทำให้โคเลสเตอรอลสูงได้หากทานมากเกินไป หรืออาจเลือกน้ำสลัดที่ใช้วัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ใช้น้ำมันรำข้าว น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันคาโนลา แทนน้ำมันพืชชนิดอื่นๆ ซึ่งให้คุณภาพใกล้เคียงน้ำมันมะกอก ช่วยควบคุมปริมาณโคเลสเตอรอลไม่ให้สูงเกินไป หรือมีการดัดแปลงสูตร เช่น ลดจำนวนไข่แดงลง หรือใช้ไข่ทั้งฟองแทน หรืออาจจะเลือกใช้สูตรที่มีไขมันต่ำก็ได้

น้ำสลัดครีม

ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ให้พลังงาน 70-100 kcal

ทำมาจากน้ำส้มสายชู น้ำมันพืชหรือน้ำมันสลัด มายองเนส มัสตาร์ด และน้ำตาล สลัดครีม แม้ว่าจะมีไขมันมาก แต่หลายคนก็ยังชื่นชอบเพราะทั้งข้น หวานและมัน เนื่องจากมีส่วนผสมหลักจากแดง จึงเป็นแหล่งของโปรตีน ไบโอตินในวิตามินบี ช่วยบำรุงผิว เล็บและผมให้เงางามสุขภาพดีได้ แต่ไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจและผู้ที่มีน้ำหนักเกิน เมื่อจะรับประทานจะต้องกะปริมาณให้เหมาะสม และควรเลือกเนื้อสัตว์ที่มีไขมันต่ำ เช่น เนื้อปลาทูน่าในน้ำเกลือหรือน้ำแร่ เนื้ออกไก่ลวกไม่ติดหนังและไขมันมาเป็นเครื่องประกอบจานสลัดผักจะดีที่สุด

น้ำสลัดซีซาร์

ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะให้พลังงานประมาณ 80 kcal

น้ำสลัดซีซาร์เป็นน้ำสลัดแบบครีมสัญชาติ อิตาลี มีส่วนผสมจากน้ำมันเมล็ดองุ่น หรือน้ำมันมะกอก กระเทียมสับ น้ำมะนาว ไข่ไก่ มายองเนส เกลือ ปลาร้าฝรั่ง(anchovy) น้ำเชื่อม และ พาเมซานชีส ลักษณะน้ำสลัดจะเป็นสีขาวข้น มักรับประทานคู่กับผักกาดแก้ว ผักกาดหอมคอส เห็ดฟาง โรยด้วยเบคอนและขนมปังกรูตอง(ขนมปังเนยอบกรอบเป็นชิ้นเล็กๆ) และ พาเมซานชีส ซึ่งเจ้าซีซาร์สลัดนี้ถือว่าเป็นสลัดที่ติดอันดับสลัดที่ให้พลังงานสูงมากจานนึงเลยทีเดียว อย่างไรก็ดี สลัดซีซาร์ก็เหมาะสำหรับเด็กๆ ที่ไม่ชอบรับประทานผักเพียงอย่างเดียว แต่ก็ควรระวังการใส่เบคอนหรือกรูตองมากไปอาจได้รับพลังงานเกินได้

น้ำสลัด เทาซัน ไอร์แลนด์

ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะให้พลังงานประมาณ 80 kcal?

น้ำสลัดสีส้มอมชมพูรสชาติหอมมันอมเปรี้ยวนิดๆ ลักษณะและส่วนผสมจะคล้ายคลึงกับน้ำสลัดครีม เพียงแต่มีการเติมส่วนผสมของมะเขือเทศเพิ่มเข้าไป และมีปริมาณน้ำมันและไข่แดงน้อยกว่าน้ำสลัดครีม ถึงแม้ด้วยภายนอกอาจจะดูว่าอ้วนน้อยกว่าและมีประโยชน์มากกว่าน้ำสลัดครีมแต่ก็ยังเป็นน้ำสลัดที่ต้องจำกัดปริมาณในการรับประทาน เพราะให้พลังงานสูงและมีโซเดียมสูงอีกด้วย ส่วนประโยชน์ของน้ำสลัด เทาซัน ไอร์แลนด์ คือไลโคปีน ที่มีอยู่มะเขือเทศ ดังนั้นหากต้องการเพิ่มคุณค่าทางอาหารให้กับสลัดควรเติมส่วนของมะเขือเทศลงไป และเลือกเนื้อสัตว์ที่มีไขมันต่ำมารับประทานคู่กัน

สลัดน้ำใส น้ำสลัดเพื่อสุขภาพสำหรับคนที่ควบคุมน้ำหนักและผู้รักสุขภาพ

น้ำสลัดใส เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ เช่น คนเป็นเบาหวาน โรคหัวใจ ความดัน-โลหิตสูง และโรคอ้วน เพราะมีส่วนผสมของเกลือและน้ำตาลที่น้อยกว่า แม้ว่าจะมีส่วนประกอบหลักเป็นไขมันพืช เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันเมล็ดองุ่น น้ำมันงา ซึ่งจัดเป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน หากรับประทานในปริมาณพอเหมาะจะช่วยลด การเกิดโคเลสเตอรอลในเส้นเลือดลงได้  ถึงแม้จะเป็นน้ำสลัดแบบใสจะให้พลังงานน้อนกว่าแต่ก็ควรทานในปริมาณที่พอเหมาะเช่นกันเพื่อให้ได้รับปริมาณที่เหมาะสมนั้นเอง

น้ำสลัดงา-โชยุ

ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะให้พลังงานประมาณ 55 kcal

ส่วนผสมสำคัญ ได้แก่ โชยุ(ซอสถั่วเหลืองญี่ปุ่น) น้ำมันงา น้ำมันพืช งาคั่ว น้ำเชื่อมและเกลือ น้ำสลัดญี่ปุ่นโดดเด่นในส่วนผสมที่มีความหอม ทำให้ช่วยเจริญอาหาร น้ำมันงามีกรดไพติก ช่วยในการยับยั้งการเกิดมะเร็งลำไส้ และเมื่อราดบนผักสลัดจะช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น สำหรับผักสลัดที่นิยมรับประทานคู่กับน้ำสลัดงาหรือญี่ปุ่นได้แก่ ผักกาดแก้ว มะเขือเทศ แตงกวาญี่ปุ่น วอเตอร์เครส หากเพิ่มเต้าหู้ขาว หั่นสีเหลี่ยมลูกเต๋า รับประทานคู่กับสลัดผักจะให้พลังงานและโปรตีนทดแทนเนื้อสัตว์ได้เลย

น้ำสลัดอิตาเลียน

ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะให้พลังงานประมาณ 43 kcal?

น้ำสลัดอิตาเลียนเดิมทีเป็นสลัดสำหรับคนสตางค์น้อย จะใช้ขนมปังเก่าแต่ยังไม่หมดคุณภาพมาอบให้กรอบผสมกับรสของน้ำสลัดเพื่อเพิ่มรสชาติ บางสูตรอาจเติมพริกไทยดำและใบโหระพาสับ เพิ่มความร้อนแรง แต่ส่วนประกอบหลักของน้ำสลัดอิตาเลียน ได้แก่ น้ำมันมะกอก น้ำส้มสายชู น้ำมะนาว กระเทียม หัวหอม ฯลฯ จากการศึกษาการรับประทานน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ 2 ช้อนชาต่อวัน จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดตีบ ควบคุมระดับความดันโลหิต นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและช่วยเรื่องความจำของสมอง สำหรับส่วนผสมของ น้ำมะนาวช่วยกำจัดสารพิษ ลดระดับโคเลสเตอรอล และช่วยให้เซลล์ต่างๆ แข็งแรง ส่วนกระเทียมมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย เป็นอาหารของแบคทีเรียดีในลำไส้ใหญ่ ดังนั้นจึงช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วย ลดการเกิดหลอดเลือดแดงเข็งตัวและให้ใยอาหารที่ดีแก่ร่างกาย สุดท้ายส่วนประกอบของหัวหอมในน้ำสลัดสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ข้ออักเสบรูมาตอยด์ และลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร

น้ำสลัดฝรั่งเศส

ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะให้พลังงานประมาณ 73 kcal

ส่วนผสมหลัก ได้แก่ น้ำมันมะกอก น้ำส้มสายชู มัสตาร์ด เกลือ และน้ำเชื่อม น้ำสลัดแบบฝรั่งเศสถือว่าเป็นน้ำสลัดที่ผู้ควบคุมน้ำหนักสามารถเลือกมาใช้ได้อีกชนิดนึง เพราะมีปริมาณไขมันไม่สูงนัก เหมาะกับการราดบนผักกาดแก้วสดๆ กรอบๆ คู่กับอาหารประเภทสัตว์ปีกไร้มันหรือ เนื้อปลา จะช่วยให้เจริญอาหาร ไม่ให้เลี่ยนจนเกินไป และถ้าอยากเพิ่มความหอมของน้ำสลัด ให้บีบน้ำมะนาวซึ่งช่วยเพิ่มวิตามินซีแก่ร่างกาย และโรยพริกไทยดำ เพิ่มความ-หอมเหมือนอาหารประเภทยำ อร่อยแบบบ้านเรานั่นเอง

เมื่อเราทราบถึงเรื่องปริมาณพลังงานและประโยชน์ของส่วนผสมต่างๆในน้ำสลัดแต่ละชนิดแล้ว สิ่งที่ควรคำนึงก็คือการกะปริมาณการรับประทานให้พอเหมาะ เพราะไม่ว่าอาหารชนิดไหนต่อให้มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากเท่าไหร่ ถ้าหากทานมากเกินความจำเป็นก็เป็นสาหตุที่ทำให้อ้วนได้เช่นกัน

ขอบคุณ​ภาพ​จาก​ : กูเกิ้ล
เครดิต​ : สาระเรื่องสุขภาพ

เรื่องน่าอ่าน​ :

แก้ชงปีขาล​ 2559

แอร์​ทำเอง​ ด้วย​กล่องโฟม

แต่งตัวให้ดูดี

วิธีลดพุง​ ลดหน้าท้อง​ แบบ​ง่ายๆ

สาวออฟฟิศต้องรู้

เลือกสีผมให้เข้ากับสีผิว

วิธีสระผมให้ดูดี

เคล็ดลับ​ผู้​หญิง

วิธี​แก้ผิวแตกลาย

สาระ​น่ารู้

หน้าใส​ ไร้สิว​ ด้วยวิธี​ธรรมชาติ

แค่ยืนก็ผอมได้

แก้ปวดหัว​ภายใน​ 5​ นาที

วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2559

สูตร​ บัวลอย​ ไข่หวาน​

วิธีทำ บัวลอย สูตรโบราณ ง่ายนิดเดียว

ส่วนผสมบัวลอย สูตรโบราณ

- แป้งข้าวเหนียว 2 ถ้วยตวง
- เผือกนึ่งสุกบดละเอียด 1 ถ้วยตวง (กรณีต้องการบัวลอยหลายสีสามารถเลือกใช้ฟักทอง เพื่อทำบัวลอยสีเหลือง, ใบเตย เพื่อทำบัวลอยสีเขียว, อื่นๆ)
- น้ำเปล่า 1/4 ถ้วยตวง

ส่วนผสมน้ำกะทิ

- กะทิ 2 ถ้วยตวง
- น้ำตาลมะพร้าว 100 กรัม
- น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
- เกลือป่น 1 ช้อนชา
- เนื้อมะพร้าวอ่อน, ไข่ (จะมีหรือไม่มีก็ได้)
- งาขาว (สำหรับแต่งหน้า จะมีหรือไม่มีก็ได้)

****กรณี ใส่ไข่ เมื่อกะทิเดือดทั่วทั้งหม้อจึกตอกไข่ใส่ลงไป ต้มจนไข่สุกลอย

วิธีทำบัวลอย สูตรโบราณ

1. ทำบัวลอยโดยผสมแป้งข้าวเหนียว, เผือกนึ่งและน้ำเปล่าเข้าด้วยกัน นวดจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันเป็นเนื้อเดียว จากนั้นจึงนำมาปั้นเป็นลูกกลมๆ ระหว่างปั้นนั้น ควรโรยด้วยเศษแป้งข้าวเหนียวเล็กน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกบัวลอยติดกัน (ถ้าต้องการทำบัวลอยหลายสีก็ใช้ส่วนผสมเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นฟักทองสำหรับสีเหลือง หรือใบเตยสำหรับสีเขียว เป็นต้น)

2. ต้มน้ำในหม้อขนาดกลาง รอจนเดือดจึงใส่ลูกบัวลอยที่ปั้นไว้แล้ว เมื่อบัวลอยสุกให้นำออกมาแช่ในน้ำเย็น (บัวลอยที่สุกแล้วจะลอยขึ้น)

3. ทำน้ำกะทิโดยผสม กะทิ, น้ำตาลมะพร้าว, น้ำตาลทรายและเกลือป่นลงไป ควรใส่น้ำตาลทรายแค่ครึ่งเดียวก่อน ถ้ายังหวานไม่พอจึงค่อยใส่เพิ่มลงไป ต้มจนเดือด จึงหรี่ไฟลง นำบัวลอยที่ต้มไว้แล้วใส่ลงไปในน้ำกะทิ ต้มต่ออีกสักพักจึงปิดไฟ ถ้ามีมะพร้าวอ่อนก็ใส่ได้เลย พร้อมลูกบัวลอย (กรณีต้องการทำบัวลอยไข่หวาน ก็ตอกไข่ใส่ไปในหม้อหลังจากที่ใส่บัวลอยลงไป รอจนไข่สุกจึงปิดไฟ)

4. ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยงาขาว เสริฟขณะร้อนหรือรอให้เย็นก็ได้

Cr. สูตรอาหาร http://www.tnews.co.th/html/content/48170/
Cr. ภาพอาหาร Internet

เรื่องน่าอ่าน​ :

แก้ชงปีขาล​ 2559

แอร์​ทำเอง​ ด้วย​กล่องโฟม

แต่งตัวให้ดูดี

วิธีลดพุง​ ลดหน้าท้อง​ แบบ​ง่ายๆ

สาวออฟฟิศต้องรู้

เลือกสีผมให้เข้ากับสีผิว

วิธีสระผมให้ดูดี

เคล็ดลับ​ผู้​หญิง

วิธี​แก้ผิวแตกลาย

สาระ​น่ารู้

หน้าใส​ ไร้สิว​ ด้วยวิธี​ธรรมชาติ

แค่ยืนก็ผอมได้

แก้ปวดหัว​ภายใน​ 5​ นาที

วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2559

ทรงผม​กระชากวัย

สาวๆรู้มั้ยค่ะว่า​ ทรงผมช่วยให้ใบหน้าของคุณดูเด็กลงได้​ โดยเฉพาะถ้าคุณอยู่ในวัย 30 ขึ้น มาดูกันดีกว่าค่ะ​ ว่าคุณควรไว้ผมแบบไหน​ ถึง​จะ​ กระชากวัย 

1.คุณควรไว้ผมยาวค่ะ อาจเป็นผมยาวตรงๆ​ หรือ​ ผมดัดลอนใหญ่​ จะช่วยให้หน้าคุณดูเด็กลงกว่าการตัดผมสั้น​ และ​ การดัดผมลอนเล็ก

2.ควรทำสีผมให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด เช่น ผมสีดำ ผมสีน้ำตาล ผมสีบรอนด์ โดยดูให้เข้ากับโทนสีผิว​ อย่าทำสีผม​ ที่ตัดกับสีผิวอย่างรุนแรง เช่น สีเขียว สีส้มมันจะทำให้คุณดูชราทั้งๆที่เพิ่งจะ 30 เอง

3.หมั่นบำรุงผม เพราะผมที่มีสุขภาพดี เงางาม​ จะช่วยให้คุณดูดี เซ็กซี่และดูเด็กลงได้ หลีกเลี่ยงการสระผมบ่อยๆ การทำสี และ​ การเป่าไดร์ผมซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผมแห้ง ขาดความชุ่มชื้น​ และ​ เสียได้ง่ายค่ะ

4.ควรปล่อยผมด้านหน้าลงมาเล็กน้อยเพื่อปิดโหนกแก้ม และทำให้ใบหน้าคุณดูอ่อนโยนขึ้น ยิ่งถ้าคุณมีใบหน้าที่กว้าง โหนกแก้มเยอะ ก็ควรปล่อยผมด้านหน้าลงมายาวระดับคางไปเลย เพื่อพรางให้ใบหน้าดูเล็กลง

5.อย่ารวบผมจนตึง เพราะมันเป็นทรงที่ทำให้ผู้หญิงวัย 30 ทุกคนดูแก่กว่าเดิม แถมมันยังทำให้คุณดูเครียด จริงจัง เห็นแล้วมันไม่น่ารักเหมือนเด็กประถมหรอกค่ะ

6.อย่าย้อนวัยไปถักเปียอีกเลย ไม่ว่าจะเปียเดี่ยว เปียตะขาบ เปียหางปลา หรือเปียหางม้า เพราะมันทำให้คุณดูป้ากว่าเดิมมาก

Cr. บาร์บี้

เรื่องน่าอ่าน​ :

แก้ชงปีขาล​ 2559

แอร์​ทำเอง​ ด้วย​กล่องโฟม

แต่งตัวให้ดูดี

วิธีลดพุง​ ลดหน้าท้อง​ แบบ​ง่ายๆ

สาวออฟฟิศต้องรู้

เลือกสีผมให้เข้ากับสีผิว

วิธีสระผมให้ดูดี

เคล็ดลับ​ผู้​หญิง

วิธี​แก้ผิวแตกลาย

สาระ​น่ารู้

หน้าใส​ ไร้สิว​ ด้วยวิธี​ธรรมชาติ

แค่ยืนก็ผอมได้

แก้ปวดหัว​ภายใน​ 5​ นาที

วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2559

สูตร​ ไก่ทอดเกลือ

ไก่ทอดเกลือ ทำง่ายๆ แป๊บเดียวได้กิน

ส่วนผสมและวิธีทำ

- น่องไก่ติดสะโพกสองชิ้น ล้างให้สะอาด นำมาสับทั้งกระดูก คลุกด้วยเกลือ 2 ช้อนชา ผงรสไก่ 1 ช้อนชา  ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา  หมักไว้ 15 นาที ผึ่งพัดลมให้แห้งๆ

- นำมาคลุกแป้งทอด (พวกโกกิ หรือแป้งสาลี) คลุกแล้วเคาะแป้งออก

- นำไปทอดในน้ำมันเยอะๆ รอน้ำมันให้ร้อนจัด ค่อยลดไฟหรือไฟกลาง ทอดจนเหลือง ยกเสริฟพร้อมกับน้ำจิ้มไก่หรือซอสพริกก็ได้นะคะ

Cr. สูตรอาหารและภาพอาหาร http://pantip.com/topic/33827667

เรื่องน่าอ่าน​ :

แก้ชงปีขาล​ 2559

แอร์​ทำเอง​ ด้วย​กล่องโฟม

แต่งตัวให้ดูดี

วิธีลดพุง​ ลดหน้าท้อง​ แบบ​ง่ายๆ

สาวออฟฟิศต้องรู้

เลือกสีผมให้เข้ากับสีผิว

วิธีสระผมให้ดูดี

เคล็ดลับ​ผู้​หญิง

วิธี​แก้ผิวแตกลาย

สาระ​น่ารู้

หน้าใส​ ไร้สิว​ ด้วยวิธี​ธรรมชาติ

แค่ยืนก็ผอมได้

แก้ปวดหัว​ภายใน​ 5​ นาที

เกิดข้อผิดพลาดใน Gadget นี้

ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...