วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2559

แจกสูตรเงินล้าน หมูย่างกะทิ ทำกินง่าย ทำขายรวย

หมูย่างกะทิ ทำกินง่าย ทำขายรวย


วันนี้ เราจะมาทำเมนูหมูๆ กับ หมูย่าง สูตรกะทิ
 อาหารที่สามารถทานได้ทุกมื้อจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้า กลางวัน เย็น ต้นตำหรับความอร่อย ต้องสูตรนี้เท่านั้น ที่สามารถทำกินง่าย ทำขายรวย

เคล็ดลับ การเลือกซื้อเนื้อหมู

การเลือกซื้อเนื้อหมูนั้น เราสามารถใช้เนื้อหมูสันนอก หรือ หมูสันใน โดยการเลือกเนื้อหมูที่สด ซึ่งสีของเนื้อหมูจะต้องไม่มีสีเขียวคล้ำ หรือ มีความช้ำ เพราะนั่นหมายถึงเนื้อหมูที่ไม่สด และ อาจเน่าก็ได้ ดั้งนั้น เนื้อหมูควรจะเป็นสีชมพูตามธรรมชาติ และ มันมีสีขาว ไม่มีกลิ่นคาว ไม่ใช่สีแดงสดมากเกินไป เพราะนั่นอาจจะกลายเป็นเนื้อหมูที่ผสมสีมาพร้อมกันก็เป็นได้


ส่วนผสมที่ใช้สำหรับเมนูหมูย่างสูตรกะทิ

  • หมูสันนอก หรือ หมูสันใน 1 กิโลกรัม

  • มันหมู 1/2 กิโลกรัม

  • รากผักชีบด 2 ช้อนโต๊ะ

  • กระเทียมบด 2 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำเปล่า1 ถ้วย

  • น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำมันหอย 4 ช้อนโต๊ะ

  • ซอสถั่วเหลือง 4 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำมันงา 2 ช้อนโต๊ะ

  • หัวกะทิ 1 ถ้วย

  • เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ

  • น้ำตาลปี๊บ1 ถ้วย

  • แป้งข้าวโพด 3 ช้อนโต๊ะ

  • ไม้จิ้มลูกชิ้น 1/2 กิโลกรัม

วิธีทำ

  1. นำเนื้อหมู และ มันหมูที่เตรียมไว้มาหั่น ความหนา และ กว้างประมาณ 3 เซ็นติเมตร จากนั้นเตรียมการหมักหมู
  2. ปรุงรสน้ำหมักหมูโดยการผสม รากผักชี กระเทียม น้ำมันงา น้ำมันหอย ซอสถั่วเหลือง หัวกะทิ น้ำตาล เกลือ และ น้ำมันพืช ให้เข้ากัน จากนั้นนำหมู และ มันหมูที่หั่นไว้แล้วลงไปนวด
  3. คนให้เข้ากันอีกครั้ง เพื่อให้เนื้อหมู และ มันหมู ดูดน้ำหมักจนแห้ง จากนั้นเติมแป้งข้าวโพดลงไปนวดกับหมู และ นำไปใส่กล่อง หลังจากนั้นแช่ในตู้เย็น 1 คืน
  4. นำเนื้อหมูที่หมักค้างคืนมาเสียบไม้ โดยไม้ที่ใช้เสียบต้องแช่น้ำก่อน 1 คืน เช่นกัน เพื่อให้ไม้อุ้มน้ำเวลาปิ้งไม้จะไม่ไหม้ เสียบหมูโดยให้เนื้อหมูสลับกับมันหมู ให้ได้ขนาดตามที่เราต้องการ จากนั้นนำมาย่างให้สุก แค่นี้ ก็ได้หมูย่างกะทิ สูตรเงินล้านแล้วจ้า
เคล็ดลับการย่างหมูให้อร่อย คือ ใช้ไฟอ่อน ย่างหมูให้สุกเป็นด้านๆ แค่นี้ เราก็จะได้หมูย่างที่ นุ่ม หอม หวาน อร่อย กันแล้ว

ขอบคุณภาพ และ ที่มา : เมนู.NET


วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

สูตร​เด็ดขายดี​ ผัดกระเพรา​ ยังไงให้​แซ่บ​ถึงใจ​

แจกสูตรเด็ดๆ​ การผัดกระเพรา​ ให้​แซ่บ​ถึงใจ​ จนอร่อยน้ำตาไหล กันไปเล้ยยย!

1. เลือกกะเพราใบเล็ก และมีดอก

จะผัดกะเพราทั้งที เรื่องแรกที่ต้องคำนึงถึงก็คือ " ใบกะเพรา " พระเอกของงานค่ะ กูรูเค้าแนะนำมาว่าให้เลือกกะเพราใบเล็ก และมีดอกติดมาด้วย เพราะจะให้กลิ่นที่หอมมมม มากกว่ากะเพราใบใหญ่ๆ ดังนั้น ถ้าไปตลาดเห็นกะเพราใบใหญ่ก็เมินได้เลยค่ะ เพราะต้อง ' ใบเล็ก ' และ ' มีดอก ' โอนลี่!

2. ใช้กระเพรา​แดง

ยังคงอยู่กับท็อปปิกใบกะเพราะกันอยู่ค่ะ เคล็ดลับอีกอย่างนึงก็คือ ต้องใช้ " กระเพรา​แดง " ซึ่งให้กลิ่นที่หอมแรงกว่ากระเพรา​ขาว ฉะนั้น ใช้กะเพราแดงผัดทีก็หอมฟุ้งงง!

หน้าตาเจ้ากะเพราแดง แดงปรี๊ด

3. ใช้พริกขี้หนูสวน

แน่นอนว่าผัดกะเพราต้องเน้นเรื่อง " ความหอม " เราจะใช้ " พริกขี้หนูสวน " เม็ดจิ๋วแต่แจ๋ว อาจจะใส่พริกขี้หนูสวนลงไปก่อน และตามด้วยพริกขี้หนูแดง ( ที่ใช้ตำส้มตำ ) ก็ได้ นี่ล่ะจะทำให้หอมฉุย ( และทำให้ฉุนด้วย ฮ่าๆๆ )

4. ใช้กระเทียมไทย

ตามมาติดๆ กับอาวุธเพิ่มความหอมให้ผัดกะเพรา นั่นก็คือ 'กระเทียม' เราจะใช้ " กระเทียมไทย " ที่เม็ดจะค่อนข้างเล็ก ที่แนะนำให้ใช้กระเทียมชนิดนี้เพราะว่าให้กลิ่นฉุนและหอมจัดจ้านกว่ากระเทียมทั่วไป คือ แค่เอาลงคั่วกับพริก กลิ่นก็ฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้านเลยแหล่ะ

5. ใช้น้ำปลาคุณภาพดี

อีกหนึ่งอย่างที่วอนขอให้หนุ่มสาวที่อยากผัดกระเพรา​ให้ออกมาอร่อยเด็ดนั้น ต้องใช้ "น้ำปลาคุณภาพดี" เท่านั้น! เป็นวัตถุดิบที่ห้ามประหยัดเด็ดขาด เพราะการลงทุนซื้อน้ำปลาคุณภาพเยี่ยม เป็นการการันตีว่าผัดกะเพราของเรารสชาติดี มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว ดังนั้น ขอน้ำปลาแบบเปิดฝามาก็หอมฟุ้งเลยนะ! 

6. เจียวพริกกะเทียมก่อนใครเพื่อน

หลายคนทำผิดวิธี โดยใส่ทุกอย่างรวมไปทีเดียว ทั้งพริก กระเทียม และเนื้อสัตว์ เอาใหม่ค่ะ! วันหลังให้ท่องเอาไว้ว่า " ใส่พริกกะเทียมลงไปเจียวก่อนเสมอ " คือ ใส่พริกที่โขลกรวมกับกระเทียมแล้วลงไปเจียวให้หอมฉุยก่อน ( ฉุยจนจามก็ขั้นตอนนี้ล่ะ! )

7. ผัดไฟแรงและผัดให้ไว
***ข้อนี้สำคัญมาก***

ผัดไฟแรง ผัดให้ไว ใช้เวลาสั้น! ระหว่างที่ควงตะหลิวผัดกะเพราอยู่นั้น ให้สวมวิญญาณอาแปะผัดผักบุ้งไฟแดง คือ ให้ใช้ไฟสูงๆ ผัดฉึบฉับๆ สุกปุ๊บ ปิดไฟ ยกลงทันที! 

8. ใช้น้ำน้อยๆ เข้าไว้

ผัดกะเพราะ ขึ้นชื่อว่า "ผัด" แล้ว ต้องแห้งๆ สิคะถึงจะอร่อย ใช้น้ำน้อยๆ เข้าไว้ หรือถ้าใครชอบแบบมีน้ำราด ก็อนุโลมให้พอมีน้ำขลุกขลิกได้เล็กน้อย ฉะนั้น เวลาเทน้ำอย่าหนักมือนักนะคะ เพราะเดี๋ยวกะเพราของเราจะออกมาฉ่ำน้ำเกินไป จะกลายเป็น 'ต้มกระเพรา​' ไปจร้าาา

9. ยี่หร่ากับกระเพรา​ท​เพิ่มความจัดจ้าน

ใครที่ชอบความจัดจ้าน หอมเครื่องสมุนไพรแบบถึงพริกถึงขิง ขอแนะนำให้เติมตัวช่วยลงไปด้วย นั่นก็คือ "ใบยี่หร่า" โดยระหว่างที่ใส่ใบกระเพรา​ลงไป ให้โยนไปยี่หร่าตามลงไปด้วย จากนั้นก็ บลู้มมม! รสชาติหอมกระจายยย!!

10. ใส่ใบกระเพรา​ท้ายสุด เนื้อสุกแล้ว โยนกระเพรา​ลงไปเล้ยย!

กระเพรา​เป็นพระเอกที่ต้องมาปิดท้ายงานเสมอ หลังจากผัดจนเนื้อสัตว์จนสุกและเข้าเนื้อแล้ว ให้ดับไฟทันที และใส่ใบกระเพรา​ลงไปคลุก ฟึ่บฟั่บๆ แปบเดียว แล้วก็ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ วิธีนี้จะทำให้ใบกะเพราไม่เหี่ยวเป็นผัดกะเพราหงอยๆ ทำให้ผัดกระเพรา​ของเราดูน่ากินขึ้นทันที

ข้อมูลและภาพจาก sistacafe

เป็นอย่างไรกันบ้าง​กับ​เมนู​ง่ายๆ​ ที่หลายคน​กับทำไม่แซ่บ เพราะ​ไม่รู้​เคล็ดลับ​เล็กๆ​น้อยแค่นั้นเอง

วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ทำกินได้​ ทำขายดี​ เผยสูตร​ คอหมูย่าง​ พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด

ทำกินได้​ ทำขายดี​ สูตรหมักคอหมูย่าง หอม นุ่มลิ้น พร้อมวิธีทำน้ำจิ้มรสเด็ด

วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆสำหรับใครที่ชอบ ทานคอหมูย่าง วันนี้เรามีวิธีการทำมาฝากกันครับ​ มาดูกันเลย

สูตรหมักคอหมูย่าง

1.น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
2.เนื้อสันคอ ชิ้นกลางๆ 1 ชิ้น หรือ 500 กรัม
3.ซอสปรุงรส (น้ำมันหอย) 2 ช้อนโต๊ะ
4.เกลือ 1 ½ ช้อนชา
5.กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
6.น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
7.นมข้นจืด 1/4 ถ้วย
8.พริกไทยเม็ดโขลกละเอียด 1 ช้อนชา
9.ผักชีสับละเอียด 1 ต้น
10. ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
11.พริกไทยเม็ดโขลกละเอียด 1 ช้อนชา
12.กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการทำ

1.ขั้นตอนแรกเตรียมเครื่องหมัก โดยโขลก กระเทียม รากผักชี พริกไทยเม็ด เกลือ และน้ำตาลทราย ตักใส่ถ้วยเตรียมจัดเตรียมไว้แล้ว

2. แล่หมูเป็นชิ้นหนา​ พอควร ใช้ส้อมจิ้มให้ทั่ว ใส่ส่วนผสมเครื่องหมักทั้งหมดเคล้าให้เข้ากัน หมักไว้ 2 ชั่วโมง หรือ​ หมักค้างคืน

3. นำเอา คอหมูที่หมักแล้ว ขึ้นย่างด้วยไฟอ่อน​ จนสุกเหลืองสวย

4. เตรียมน้ำจิ้ม​ โดยการผสม น้ำปลา มะนาว และ​ น้ำตาลทราย คนให้ละลายเข้ากัน จากนั้นใส่ พริกขี้หนู หรือ​ พริกป่นแล้วแต่ชอบ ใส่กระเทียม และ​ หอมแดงซอยลงไป คนให้เข้ากัน ปรุงรสตามใจชอบ

5. เมื่อคอหมูย่างสุกแล้ว หั่นสไลด์​์บาง​ๆ​ ชิ้นพอดีคำ จัดใส่จาน​ แล้วรองด้วยผักกาดหอม โรยหน้าด้วยผักชี และ​ จัดแต่ง​ ผักเครื่องเคียง​ เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้ม

ส่วนประกอบของน้ำจิ้มรสเด็ด

1. น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนชา
2. น้ำมะขามเปียกต้มสุก 1/2 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำปลา 1-2 ช้อนโต๊ะ
4. ต้นหอม ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนชา
5. น้ำมะขามเปียกต้มสุก 1/2 ช้อนโต๊ะ
6. พริกป่น 1 ช้อนชา
7. ข้าวคั่ว 1-2 ช้อนชา
8. หอมแดงซอย 1 หัว
9. น้ำมะนาว 1/2 ช้อนชา

เพียง​เท่านี้​ เราก็จะได้คอหมูย่าง ที่แสนจะอร่อย พร้อมกับ​ น้ำจิ้ม​รสเด็ด​แล้ว​ ถ้าจะให้ดี มีข้าวเหนียวร้อนๆด้วยล่ะก็ แซ่บ! อย่าบอกใคร

ขอบคุณ​ภาพ​ และ​ ข้อมูล​จาก​ G+ wanapa X

วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สูตร​ ข้าวผัด​ปู​ สร้างอาชีพ

แจกสูตร ข้าวผัดปู​ สร้างอาชีพทำเงินแสน

เครื่องปรุงและส่วนผสมทำข้าวผัดปู

1. ข้าวสวย 2 ถ้วย

2. เนื้อปูทะเลต้มแกะแล้ว 1 ตัว

3.กระเทียมสับหรือทุบ 1 ช้อนโต๊ะ

4. หอมหัวใหญ่

5. แครอทหั่น

6. ไข่ไก่ 1-2 ฟอง

7. น้ำมัน พืช 4 ช้อนโต๊ะ​ หรือ​ จะใช้เนยก็ได้​ ถ้าเป็นเนยจะมีรสชาดหอมอร่อยยิ่งขึ้น​

8. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ

9. ผักชี 1 ช้อนโต๊ะ

10.พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา

11. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

12. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

13. น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ

14. มะนาวฝาน 1/2-1 ลูก

15. แตงกวาหั่นเป็นแว่นๆ 1​ ลูก

16. ต้นหอม 1 ต้น

วิธีทำข้าวผัดปู

1. นำน้ำมันพืช​ หรือ​ เนยตามชอบ ตั้งไฟอ่อนๆจากนั้นใส่กระเทียมเจียวให้หอม

2. ตอกไข่ใส่ลงไป 1-2 ฟองตามความต้องการ ประมาณ 10-15 วินาที

3. เทข้าวสวยที่เตรียมไว้ (ถ้าให้ดีเป็นข้าวหอมมะลิ​ จะน่ารับประทานมาก) ใส่เนื้อปูลงไป​ ตามด้วย แครอท หอมหัวใหญ่ แล้วทำการผัดให้เข้ากัน

4. เพิ่มรสชาติด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย ตามความต้องการ

5. ได้ที่แล้วตกแต่งด้วยต้นหอม ผักชี พริกไทย รับประทานร้อนๆ​ รับรองอร่อยแน่นอน

ขอบคุณ​ภาพ​ประกอบ​ จาก มติชน
ขอบคุณ​ข้อมูล​ จาก​
G+ @Boos Nayne

วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สูตร​แซบๆ​ ซุปเปอร์​ตีนไก่ จัดจ้านถึงใจ

ซุปเปอร์ตีนไก่​ แซ่บ​เวอร์

วัตถุดิบ

1. ตีนไก่ ล้างสะอาด ตัดเล็บ​ออก  จำนวน​ 1 กิโลกรัม

2. รากผักชี กระเทียม พริกไทย โขลกให้ละเอียด ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ

3. ข่าแก่​ หั่นเป็นแว่น​ จำนวน​  5 แว่น

4. ขิงแก่ หั่นเป็นแว่น จำนวน​ 5 แว่น

5. ใบมะกรูด

6. เกลือป่น 2 ช้อนโต๊ะ

7.  น้ำปลา มะนาว ผักชี พริกขี้หนูทุบ (เตรียมเอาไว้ปรุงตอนตักเสิร์ฟ​)

วิธีทำ

1. นำตีนไก่​ ที่ทำความสะอาดเสร็จ​เรียบร้อย​แล้ว ใส่หม้อ เติมน้ำเปล่าสะอาดให้ท่วมตีนไก่​ พอประมาณ
หรือ​ ถ้ากลัวว่า​ ตีนไก่​จะไม่เปื่อย​ ก็ให้ต้มน้ำแรก​ ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง​ แล้วเทน้ำทิ้ง หลังจาก​นั้น​ ให้นำมาต้มกับน้ำซุปโครงไก่

2. ใสรากผักชี กระเทียม พริกไทย ที่โขลกจนละเอียดแล้ว ตามด้วย ใบมะกรูด ข่า และ ขิง ตั้งไฟกลางจนเดือด

3. เคี่ยวไปเรื่อยๆ และ​ คอยช้อนฟองออก ต้มไปเรื่อยๆ ประมาณ​ 1 – 2 ชั่วโมง และ​ คอยเช็คว่า​ ตีนไก่​นั้น​​เปื่อยดีหรือยัง ถ้ายังไม่เปื่อย​ ก็เคี่ยวต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเปื่อย

4. เตรียม น้ำปลา มะนาว พริกขี้หนูทุบ ใส่ถ้วยที่จะเสิร์ฟ​ ปริมาณก็แล้วแต่ตามความชอบ จะ​เผ็ด หรือ​ จะเปรี้ยว แค่ไหน​ ก็ใส่ตามความชอบ หลังจาก​นั้น​ก็​โรยด้วยผักชี พร้อมเสิร์ฟ

ขอบคุณ​ภาพ​ และ​ ข้อมูล​ จาก​ G+ โดย S.t Sun​ (jub jub)

สูตร​เด็ด​ มาม่าเกาหลีเกี๊ยวต้มยำ​

"มาม่าเกาหลีเกี๊ยวต้มยำ" แซ๊บแซ่บ

ส่วนผสม

1.มาม่าเกาหลี
2.สะโพกไก่
3.แผ่นเกี๊ยวซ่า
4.ซีอิ๊วขาว/น้ำตาล/น้ำมันหอย
5.สามเกลอ(กระเทียม/รากผักชีพริกไทย โขลกให้ละเอียด)
6.ต้นหอมซอย /พริกขี้หนูบุบ
7.น้ำพริกเผา/น้ำมะนาว/น้ำปลา/น้ำตาล

วิธีทำ

1.สับไก่ให้ละเอียด
2.ปรุงรสด้วย ซีอิ๊วขาว/น้ำตาล/น้ำมันหอยและสามเกลอ คลุกเคล้าให้เข้ากัน
3.ห่อด้วยแผ่นเกี๊ยวแล้วนำไปลวกในน้ำเดือด พักไว้
4.ผสมน้ำพริกเผา/น้ำมะนาว/น้ำปลา/น้ำตาล/พริกบุบ ใส่ชามเตรียมไว้
5.ต้มมาม่าในน้ำเดือดให้เส้นนุ่ม เทลงในชามน้ำพริกเผาที่เตรียมไว้คนให้เข้ากัน
6.จัดวางเกี๊ยวด้านบนโรยต้นหอมซอย แค่นี้ก็ได้ของอร่อยกันแล้ว

ขอบคุณ​ภาพ​ และ​ ข้อมูล​จาก​ : Kwansri Rattanaphithan ทาง facebook

วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2559

แกงเขียวหวาน​ลูกชิ้นปลากราย ทำกินยอด​ ทำขายเยี่ยม

แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย

วัตถุดิบ

1. เนื้อปลากราย 1/2 กิโลกรัม
2. มะเขือเปราะ 3-5 ลูก
3. มะเขือพวง 10-20 เม็ด
4. กระชายซอย 3 ช้อนโต๊ะ
5. ใบโหระพา 20 ใบ
6. น้ำปลา 2-3 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนโต๊ะ
8. พริกขี้หนูสวน 10-15 เม็ด
9. ผิวมะกรูด 1 ช้อนชา
10. ข่าสับ 2 ช้อนโต๊ะ
11. ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต๊ะ
12. กระเทียมไทย 10 กลีบ
13. หอมแดงซอย 1 ช้อนโต๊ะ
14. ผงลูกผักชี 1 ช้อนชา
15. ผงยี่หร่า 1 ช้อนชา
16. กะปิย่าง 2 ช้อนชา
17. กะทิ 2 ถ้วยตวง

วิธีทำ

1 แช่เนื้อปลาให้เย็นจัดแล้วจึงนำมาฝาดให้เหนียวแล้วปั้นลวกในน้ำร้อนเกือบเดือด จนสุก แล้วนำขึ้นสะเด็ดน้ำเย็นพักไว้
2 โขลกพริกแกงจากผิวมะกรูด ข่าสับ ตะไคร้ซอย กระเทียมไทย หอมแดงซอย ผงลูกผักชี ผงยี่หร่า กะปิย่างให้เข้ากันดี หากต้องการสีเขียวมากๆ ใส่ใบพริก ใบผักชี พริกชี้ฟ้าสีเขียว ช่วยได้ หรือถ้าไม่มีจริงๆก็ใช้โหระพาก็ได้
3 ตั้งหม้อใส่น้ำมันเล็กน้อยผัดพริกแกงด้วยไฟอ่อนจนพริกแกงหอมและไม่เป็นก้อน เติมกะทิลงไป เมื่อเดือดหั่นมะเขือเปราะขนาดพอดีคำตามลงไป ถ้าชอบเปื่อยก็รอสัก 1 นาที
4 เมื่อได้ที่ ใส่ส่วนผสมที่เหลือลงไป มะเขือพวง ลูกชิ้นปลากราย กระชาย ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ จนร้อนและได้รสชาติที่ต้องการ ปิดท้ายด้วยโหระพา หรือพริกชี้ฟ้าด้วยก็ได้ คลุกพอเข้ากัน ปิดไฟตักขึ้นได้เลย
ตามด้วยข้าวสวยร้อนๆ หรือ​ จะเป็​น​ขนมจีน​สักจาน​ก็เข้าท่า

ภาพ​ และ​ ข้อมูล​จาก​ G+ ศิลปะ​ อาหารไทย